ชนิดของผ้า มีอะไรบ้าง และมีคุณลักษณะของเนื้อผ้า

ผ้าที่เราเห็นตามท้องตลาดทั่วไปมีหลายชนิดและหลายประเภทมาก แต่วันนี้เราจะมาแบ่งเนื้อผ้าตามชนิดของเส้นใย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ เส้นใยธรรมชาติ (Natural Fiber) เส้นใยสังเคราะห์จากสารเคมี (Chemical Synthetic Fiber) และเส้นใยสังเคราะห์จากวัสดุธรรมชาติ (Natural Synthetic Fiber) ไปดูกันเลยว่าเส้นใย 3 ชนิดนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

1.เส้นใยธรรมชาติ (Natural Fiber)

เส้นใยฝ้าย (Cotton)

ทุกคนคงรู้จักกับเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าคอตตอนหรือผ้าฝ้ายอย่างแน่นอน ซึ่งผ้าเหล่านี้นั้นได้ผลิตมาจากเส้ยใยของต้นฝ้าย ที่มีกระบวนการผลิตคือการนำเส้นใยของปุยฝ้ายมาปั่นจนเกิดเป็นเส้นด้าย คุณสมบัติของผ้าชนิดนี้ จะมีความบางเบา สวมใส่สบายแต่จะรีดยาก มีความหด ย้วย แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้เส้นด้ายมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นในการผลิตเป็นเสื้อผ้า โดยวิธีการดูแลรักษาผ้าคอตตอนก็ไม่ยาก สามารถซักกับเครื่อง หรือจะซักด้วยมือก็ได้ และยังสามารถรีดโดยใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงได้อีกด้วย แต่ผ้าชนิดนี้สามารถขึ้นราได้ไง ต้องระวังไว้สักนิด

เส้นใยไหม (Silk)

ถ้าหากนึกถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย คงอดนึกถึงเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าซิลค์หรือผ้าไหมไม่ได้ ผ้าชนิดนี้ผลิตมาจากใยไหม ซึ่งมาจากโปรตีนของรังไหม แล้วนำมาปั่นให้เกิดเป็นเส้นด้าย เหมือนกับผ้าคอตตอนนั่นเอง ผ้าไหมให้สัมผัสที่นุ่มสบาย เงางาม ไม่ยับง่าย ดูดความชื้นได้ดี ปรับตัวได้อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง และสามารถคงสภาพของผ้าไว้ได้ดี ส่วนการดูแลรักษาอาจจะต้องดูแลเป็นพิเศษนิดนึง เพราะเวลาซักถ้าหากใช้ผงซักฟอกที่มีกรดแรงจะทำลายเนื้อผ้าเอาได้ จึงควรซักด้วยผงซักฟอกที่มีฤทธิ์อ่อนเท่านั้น

เส้นใยลินิน (Linen)

รู้หรือไม่ว่าเส้นใยลินินเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีความแข็งแรง คงทนมากที่สุด แต่ผ้าลินินจะยับได้ง่ายมาก และเวลารีดก็จะเรียบได้ยาก แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาทำให้เสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าลินินรีดได้เรียบง่ายขึ้น ผ้าลินินสามารถใช้อุณภูมิสูงในการซักรีดได้ ลักษณะของผ้าลินิน มีความมันเงาสวยงาม ผิวจะเรียบแข็ง สามารถดูดซึมน้ำได้ดี ซึ่งเส้นใยลินินเนี่ยได้ผลิตมาจากต้นแฟล็กซ์ (Flex) โดยนำมาปั่นแล้วถักทอจนเกิดเป็นผืนผ้าลินิน แต่เวลาที่จะพับลินิน ขอแนะนำให้ม้วนเอาจะดีกว่า เพราะถ้าเกิดพับผ้าลินิน อาจจะทำให้เส้นด้ายเสียหายหรือหักเอาได้ จะทำให้ผ้าเสียทรงเปล่าๆ

เส้นใยขนสัตว์ (Wool)

เส้นใยขนสัตว์ ส่วมมากจะนิยมนำไปทำเสื้อกันหนาวมากกว่า เพราะคุณสมบัติของผ้าขนสัตว์ คือสามารถดูดความร้อน และถ่ายเทความชื้นได้ดี ทำให้ขณะที่เราสวมใส่รู้สึกอบอุ่นร่างกาย ส่วนผ้าขนสัตว์ที่นิยมเอามาทำผ้าที่สุดคือ ขนแกะ นำมาปั่นจนเกิดเป็นเส้นด้าย แล้วเอาไปถักทอจนเป็นผืนผ้า เนื่องจากเวลาผ้าขนสัตว์เปียกจะหดตัวมาก จึงควรซักแห้งมากกว่า และเมื่อซักเสร็จควรเก็บไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมอด

 

2.เส้นใยสังเคราะห์จากสารเคมี (Chemical Synthetic Fiber)

 

ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester)

หากใครเป็นคนที่ชื่นชอบการใส่เสื้อยืดเอามากๆ อาจจะต้องเคยใส่เสื้อยืดที่ผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% เพราะผ้าโพลีเอสเตอร์มีคุณสมบัติที่คล้ายกับผ้าคอตตอนหรือผ้าฝ้ายอย่างมาก เป็นเส้นใยที่มีความยาวนุ่ม เงามัน เบาบาง ยับยาก แต่สามารถดูดความชื้นได้น้อย และเมื่อใส่ไปนานๆ เนื้อผ้าอาจจะเป็นขุยได้

ผ้าไนลอน (Nylon)

โดยส่วนมากผ้าไนลอนจะไม่ค่อยนิยมนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า เพราะเวลาสวมใส่จะไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าก็จะมีราคาที่ไม่สูง  ส่วนมากจะผลิตเป็นกระเป๋า ร่ม ถุงผ้าไนลอน มากกว่า เพราะคุณสมบัติของผ้าไนลอนมีความแข็งแรง ทนทานมาก ไม่ยับง่าย เนื้อผ้าสามารถทรงตัวได้ดี ทนต่อเชื้อราและการถูกขัดสีได้ดี

ผ้าสแปนเด็กซ์ (Spandex)

ใครที่นึกไม่ออกว่าผ้าสแปนเด็กซ์เป็นยังไง ให้นึกถึงกางเกงเลกกิ้งหรือเสื้อที่ผ้ามีลักษณะยืดหยุ่นมากๆ เพราะคุณสมบัติของผ้าสแปนเด็กซ์คือมีความยืดหยุ่นสูงมาก เมื่อยืดออกแล้วปล่อยกลับก็จะคงอยู่ในรูปทรงเดิม และแถมยังมีน้ำหนักที่เบาสบายอีกด้วย

 

3.เส้นใยสังเคราะห์จากวัสดุธรรมชาติ (Natural Synthetic Fiber)

 

ผ้าเรยอน (Rayon)

ผ้าเรยอนไม่ได้ผลิตมาจากเส้นใยสังเคราะห์สารเคมี  แต่ผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติ และได้ผ่านกระบวนการทางเคมี ถักทอจนเกิดเป็นผืน ผ้าเรยอนถูกผลิตขึ้นมาให้มีคุณสมบัติที่เหมือนกับผ้าฝ้าย คือเนื้อผ้านุ่ม มันเงา สามารถระบายความร้อนได้  แต่ก็ยังไม่สามารถสู้ผ้าฝ้ายได้ ส่วนมากคนจะนิยมมาใช้ทดแทนเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าฝ้าย เพื่อลดต้นทุนการผลิต ราคาจึงถูกกว่า

Related Post