เลือกหน้า
รู้จัก 6 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้หญิง’ พร้อมเทคนิคเลือกใส่อย่างไรให้ดูดี

รู้จัก 6 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้หญิง’ พร้อมเทคนิคเลือกใส่อย่างไรให้ดูดี


‘กางเกงยีนส์’ แฟชั่นสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ยังคงเป็นที่นิยมมาโดยตลอด ถือเป็นไอเทมยอดฮิตที่ทั้งผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถหยิบมาใส่แมตช์คู่กับไอเทมอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ของเหล่าสาว ๆ ที่ปัจจุบันมีทรงให้เลือกใส่หลากหลายแบบ แต่ต้องเลือกเป็นทรงแบบไหน ถึงจะเหมาะกับรูปร่าง วันนี้แม็คยีนส์จะชวนทุกคนไปรู้จักกับ 6 ทรงกางเกงยีนส์ผู้หญิง พร้อมเทคนิคการเลือกใส่ที่รับรองว่าได้ลุคออกมาดูดีอย่างแน่นอน!

Straight Jeans – กางเกงยีนส์ทรงขาตรง

มากันที่กางเกงยีนส์ทรงแรกที่เป็นทรงแบบเรียบง่ายที่สุดอย่าง Straight Jeans หรือกางเกงยีนส์ขากระบอกทรงตรง ซึ่งเป็นทรงเบสิคที่สวมใส่ง่าย ใส่สบาย ไม่รัดรูป สามารถนำมาแมตช์ได้ง่ายกับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ อีกทั้งยังเป็นทรงที่ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหนก็สามารถเลือกหยิบมาใส่ได้ไม่ยาก แถมยังให้ลุคดูทะมัดทะแมง คลาสสิคในแบบออริจินัลของยีนส์ จะใส่คู่กับเสื้อยืด เบลเซอร์ หรือจะสเวตเตอร์ ก็ดูเท่ได้ไม่มีเบื่อ

Skinny Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่

ต่อกันที่อีกทรงยอดฮิตของเหล่าสาว ๆ กับ Skinny Jeans กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือกางเกงยีนส์ขาเดฟ ที่เป็นทรงกางเกงแบบเข้ารูปสำหรับคนที่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ด้วยจุดเด่นของทรงนี้อยู่ที่ตัวกางเกงจะฟิตพอดีตัวตั้งแต่ช่วงต้นขาจรดถึงปลาย ช่วยเพิ่มความเรียวให้กับท่อนขา และยังทำให้ดูสูงขึ้นอีกด้วย ครีเอทลุคเพิ่มความเปรี้ยวได้ง่าย ๆ ด้วยเสื้อเข้ารูป เบลเซอร์ และรองเท้าส้นสูงสักคู่ แค่นี้ก็ดูโดดเด่นดึงดูดทุกสายตาแล้ว!

Slim Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสลิม

หลายคนอาจสงสัยว่าระหว่างกางเกงยีนส์ทรงสลิม และทรงสกินนี่แตกต่างกันอย่างไร ถ้าดูเผิน ๆ ทั้งสองทรงนี้แทบจะไม่มีความแตกต่าง ยกเว้นช่วงบนเหนือเข่าที่ทรงสลิมจะไม่ได้ฟิตเท่ากับทรงสกินนี่ ทำให้สวมใส่สบายกว่าโดยเฉพาะเวลานั่ง แต่ก็ยังคงให้ความพอดีตัวเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความเพรียวให้กับเรียวขา แต่ยังอยากได้ลุคสบาย ๆ ไม่ดูเป็นทางการมากจนเกินไป แมตช์ง่ายได้หลายลุคทั้งเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต จับคู่กับรองเท้าผ้าใบหรือสลิปออน

Flared Jeansกางเกงยีนส์ทรงขาบาน

อีกหนึ่งทรงยอดฮิตของสาว ๆ ยุคนี้กับ Flared Jeans หรือกางเกงยีนส์ทรงขาบาน (ขาม้า) ที่จะมีลักษณะเข้ารูปช่วงบนคล้ายกับทรงขากระบอก แต่จะมีกลิ่นอายวินเทจด้วยปลายขาที่มีความบานกว่าปกติ ช่วยพรางเรียวขาให้ดูสมส่วน สามารถใส่ได้ทุกรูปร่าง แมตช์เข้ากับเสื้อยืด กับแจ็คเก็ตยีนส์สักตัวรับรองว่าได้ลุคดูเท่ ชิค ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

Boyfriend Jeansกางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์

สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการความแมนประหนึ่งยืมกางเกงแฟนมาใส่ก็ต้องเป็น Boyfriend Jeans หรือ กางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ กับทรงหลวม ๆ ไม่เข้ารูป ช่วงปลายแคบ สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพรางหุ่นของตัวเองให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีรูปร่างใหญ่ กางเกงทรงนี้จะช่วยให้สะโพกดูเพรียวมากยิ่งขึ้น แมตช์ได้หลายลุคจะเป็นเสื้อยืดแขนยาวแนวสตรีทคูล ๆ หรือจะจัดคู่กับเสื้อกล้ามเข้ารูปเพิ่มความเปรี้ยวก็ดูดีไม่แพ้กัน!

Boot Cut Jeans – กางเกงยีนส์ทรงบูทคัท

ปิดท้ายด้วยกางเกงยีนส์ทรงบูทคัท ที่จะค่อนข้างคล้ายกันกับทรงขาบาน แต่จะมีช่วงเข่าที่ไม่แคบมาก รวมถึงปลายขากางเกงที่ไม่กว้างเท่าเช่นกัน เป็นดีไซน์กลิ่นอายคลาสสิคที่ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ร่วมกับรองเท้าบูท แต่ถึงจะไม่มีรองเท้าบูทก็สามารถเลือกเป็นสลิปออน หรือรองเท้าผ้าใบสีเข้ม ก็สามารถแมตช์ลุคเท่ได้ไม่แพ้กัน

ถูกใจกางเกงยีนส์ทรงไหน สามารถไปช้อปได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc Jeans และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

เปิดคลัง 25 คำศัพท์น่ารู้ที่ ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ไม่ควรพลาด

เปิดคลัง 25 คำศัพท์น่ารู้ที่ ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ไม่ควรพลาด


เคยไหมเวลาจะไปซื้อ ‘กางเกงยีนส์’ สักหนึ่งตัว หรือจะหาข้อมูลเกี่ยวกับยีนส์อ่านกลับเจอแต่คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมด โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะบางคำที่ฟังแล้วดูเหมือนไม่เกี่ยวกับการเลือกซื้อยีนส์เลยสักนิด วันนี้แม็คยีนส์จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้ทุกคนเข้าใจภาษาของยีนส์กันให้มากขึ้นกับ 25 คำศัพท์ที่รับรองว่ารู้ครบทุกคำแล้ว พร้อมอัพสกิลเป็น ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ได้เลย!

#เนื้อผ้าของยีนส์

Selvedge = ริมขอบของผ้ายีนส์ ที่เป็นขอบกันลุ่ย มาจากคำว่า ‘Self-edge’ ซึ่งเป็นชื่อเรียกผ้าชนิดพิเศษ ที่ใช้เครื่องทอแบบ Shuttle Loom (เครื่องทอหน้าแคบ) ทำให้การผลิตแต่ละครั้งได้ผ้าจำนวนน้อย เป็นยีนส์ที่มีคุณภาพสูง และมีความพรีเมี่ยม

Unwashed = ยีนส์ผ้าดิบ ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการฟอกใด ๆ มีเนื้อผ้าแข็ง เมื่อใส่ไปนาน ๆ สีอินดิโก้ตะค่อย ๆ หลุดไปตามกาลเวลา มักนิยมนำมาปั้นเฟด

Slubby = ยีนส์ที่มีเนื้อสัมผัสหยาบมาก ๆ เกิดจากการทอแบบกี่กระตุก โดยใช้เส้นด้ายที่ปั่นด้วยขนาดไม่เท่ากันทั้งเส้น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผ้าชนิดนี้

Comfort Stretch = ยีนส์ที่มีส่วนผสมของเส้นใยผ้ายืดประมาณ 1- 35% สำหรับกางเกงยีนส์ทรงแคบ (Skinny) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น สวมใส่สบาย

#กระบวนการผลิตและเทคนิคการทอ

Twill = การทอผ้าแบบสลับ หรือข้ามเส้นขวางสองเส้น เพื่อป้องกันรอยย่น เป็นวิธีการทอที่นิยมที่สุดของผ้ายีนส์

Chain Stitches = การเย็บแบบลูกโซ่ ซึ่งการเย็บแบบนี้เมื่อเฟดยีนส์ไปนาน ๆ จะส่งผลให้เกิดการบิดตัวของปลายขาเหมือนรอยเชือก (Roping Effect) เป็นเอกลักษณ์ของยีนส์สไตล์วินเทจ

Warp & Weft = เทคนิคการทอผ้าที่ใช้เส้นยืนและเส้นพุ่งทอขัดกันในแนวตั้งฉาก

Sanforization = กระบวนการที่ทำให้ผ้าหดตัว โดยไม่ต้องแช่ก่อนใส่ โดยผ้าที่ผ่านกระบวนการนี้จะเรียกว่า Sanforized แต่ถ้าเป็นยีนส์ที่ผ่านกระบวนการทำให้ผ้าหดตัวแล้ว และหดลงประมาณ 5-10% เรียกว่า Unsanforized

Stonewash = การนำหินพัมมิช ซึ่งเป็นหินที่มีลักษณะหยาบและขรุขระไปปั่นร่วมกับผ้ายีนส์ในเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ ให้ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์

Crosshatch = รูปแบบของการทอ ที่ด้ายจะไขว้ตัดกันบนผิวผ้า

Enzyme Wash = เป็นกระบวนฟอกยีนส์ให้นุ่มลง โดยการย่อยสลายโมเลกุลเซลลูโลสธรรมชาติที่พบในสีย้อมคราม

Garment Dry = การย้อมสีของยีนส์ ซึ่งมีทั้งการย้อมก่อนและหลังทอ

#รายละเอียดน่ารู้

Rivet = หมุดโลหะที่เป็นเอกลักษณ์ของยีนส์ มักตอกอยู่ที่บริเวณกระเป๋าหลังและเป้าของกางเกง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับน้ำหนักในจุดรวมตะเข็บ เพิ่มความทนต่อการใช้งาน

Watch Pocket = ช่องกระเป๋าที่ออกแบบมาเพื่อใส่นาฬิกาโซ่โบราณโดยเฉพาะ เพราะในอดีตผู้ชายมักนิยมพกพานาฬิกา

Honeycomb หรือ Comb = ลวดลายเฟดที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหลังหัวเข่าของกางเกง มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง

Whiskering = ลายทางริ้วบนกางเกงยีนส์

#คอยีนส์ต้องรู้

Atari = ไม่ใช่ศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่มาจากคำพูดติดปากของคนญี่ปุ่น ที่มีความหมายว่า ‘ตรงจุด’ หรือ ‘ได้ชัยชนะ’ มักใช้เรียกกับกางเกงยีนส์ที่มีเฟดสวยงามถูกใจคนเรียกนั่นเอง

Indigo = สีย้อมสีน้ำเงินที่สกัดจากพืชตระกูลเดียวกับคราม มักนำมาใช้ย้อมสีของกางเกงยีนส์

Oz (Ounce) = ออนซ์ หรือหน่วยน้ำหนักของผ้ายีนส์ ซึ่งน้ำหนักของยีนส์ที่แตกต่างกัน จะส่งผลให้เนื้อผ้า และความแข็งแรงทนทานต่างกันออกไปด้วย

รู้คำศัพท์เกี่ยวกับยีนส์กันแล้ว อย่ารอช้ารีบไปช้อปกันได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

9 ลุค รูปร่างแบบไหนก็แมตช์ลุคให้ดูดีได้ ด้วยคอนเซปต์ Body Positivity

9 ลุค รูปร่างแบบไหนก็แมตช์ลุคให้ดูดีได้ ด้วยคอนเซปต์ Body Positivity

‘Body Positivity’ คอนเซปต์คิดบวก ที่จะช่วยเปลี่ยนทัศนคติให้คุณรักและมั่นใจในรูปร่างของตัวเองมากขึ้น เพราะมาตรฐานของความสวยไม่ได้จำกัดเพียงแต่รูปร่างแบบเดียวเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะรูปร่างแบบไหน ก็สามารถมีความมั่นใจในแบบที่เป็นตัวเองได้เช่นกัน วันนี้แม็คยีนส์เลยขอชวนทุกคนมารู้จักกับ 9 รูปร่าง 9 สไตล์ พร้อมทริคการเลือกไอเทม แมตช์ลุคช่วยเสริมรูปร่างดูเท่พร้อมออกนอกบ้านได้อย่างมั่นใจ

#001 THE BALANCE หุ่นพอดีอยู่ที่พอใจ

เริ่มกันที่ลุคแรกสำหรับหนุ่ม ๆ ที่มีช่วงตัวยาวกว่าช่วงขา และอาจรู้สึกว่าสรีระของร่างกายขาดความสมดุล สามารถเพิ่มความเท่ให้เรียวขาดูยาวได้ด้วยกางเกงยีนส์ทรง Straight (ทรงตรง) ที่จะช่วยทำให้ช่วงขายาวรับช่วงตัวมากขึ้น ปรับสัดส่วนของร่างกายให้ดูพอดี แมตช์กับเสื้อเชิ้ตและรองเท้า Slip On อีกสักหน่อยแค่นี้ก็ได้ลุคสมาร์ทในแบบพอดิบพอดีแล้ว

 

#002 THE MINI มั่นใจ ไซส์มินิ

มาต่อกันที่สาวร่างเล็กที่อาจรู้สึกไม่มั่นใจในความมินิของตัวเอง ที่เพียงแค่ปรับสไตล์เสื้อผ้า มิกซ์แอนด์แมตช์ด้วยกางเกงยีนส์ขากว้างช่วยเพิ่มความสูงเพรียว พร้อมจัดลุคคู่กับเสื้อเชิ้ตแขนพองปรับรูปร่างให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น แค่นี้ก็ได้ลุคออกมาดูดี มั่นใจได้ในแบบฉบับของสาวไซส์มินิ

 

#003 THE BOMB เซ็กซี่ เพราะมีก้น

ลุคนี้สำหรับหนุ่มสาวที่มีช่วงบั้นท้ายค่อนข้างใหญ่ และอาจกังวลว่าจะแมตช์เสื้อผ้าอย่างไรให้ออกมาดูดี แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลยเพราะลุคแบบนี้สามารถเพิ่มความดูดีได้ง่าย ๆ ด้วยกางเกงยีนส์ทรง Regular ที่สวมใส่ได้ในแบบพอดีรับช่วงล่าง ไม่หลวม หรือฟิตมากจนเกินไป แมตช์เข้ากับเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ และฮู้ดดี้เสริมลุคให้ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

 

#004 THE CURVY สะโพกบึ้ม กลัวอะไร

อีกหนึ่งลุคที่อาจเป็นปัญหาของใครหลาย ๆ คนที่มีขนาดของช่วงสะโพกค่อนข้างใหญ่ แต่ความจริงแล้วรูปร่างแบบนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งรูปร่างที่ดูดีมีเสน่ห์ และสามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้หลากหลาย แมตช์ง่ายกับหลายไอเทม อย่างกางเกงยีนส์ทรง Skinny รุ่น McME และเสื้อกล้ามครอปโชว์สัดส่วน ที่นอกจากจะทำให้หุ่นดูเพรียวแล้ว ยังให้ลุคหวานอมเปรี้ยวแบบสาวมีสะโพกอีกด้วย

 

#005 THE GREAT พรางหุ่น ไม่พรางความแซ่บ

สำหรับหนุ่มสาวร่างใหญ่ที่อาจคิดว่าการหาเสื้อผ้าสวมใส่ให้ดูเท่คงเป็นไปได้ยาก แต่อย่าให้ไซส์มาจำกัดความแซ่บในตัวคุณ! ด้วยการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่างด้วยกางเกงยีนส์พลัสไซส์ทรง Straight (ทรงตรง) รุ่น Mc Plus ที่มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชายสำหรับหนุ่มสาวไซส์พลัส ช่วยพรางหุ่นช่วงล่างให้ดูสมส่วน แต่ไม่พรางความแซ่บด้วยเสื้อยืด Unisex ครอปเอว แมตช์คู่เสื้อแจ็คเก็ตโอเวอร์ไซส์ แค่นี้ก็จัดลุคในแบบของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด

 

#006 THE COOL เท่เต็มไซส์ ไม่มีลิมิต

อีกหนึ่งลุคสำหรับหนุ่ม ๆ ตัวเล็กที่อาจไม่ได้มีช่วงขาที่ยาวมากนัก แต่สามารถเสริมความเท่เพิ่มความมั่นใจได้ด้วยกางเกงยีนส์ทรง Slim รุ่น Mc Cool หรือ Mc Selvedge ที่จะช่วยเพิ่มความเพรียวให้กับเรียวขา แมตช์กับเสื้อยืดและเสื้อเชิ้ตลายสก็อตขนาดพอดีตัว เสริมลุคให้ดูเท่เต็มไซส์ พร้อมออกไปลุยทุกกิจกรรมได้อย่างมั่นใจ

 

#007 THE ROCK ยิ่งขาลีบ ยิ่งขาร็อค

มาถึงอีกหนึ่งลุคสำหรับหนุ่มสาวขาเรียวที่ชื่นชอบการใส่กางเกงขาเล็กเสริมความเท่เป็นชีวิตจิตใจ โดยอาจเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรง Tapeline รุ่น MC Selvedge ที่เป็นทรงขาเล็กที่สุดของยีนส์ผู้ชาย และเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ช่วงขาเล็กหรือต้องการสวมใส่แบบกระชับ แมตช์ลุคเพิ่มความเท่อีกสักหน่อยด้วยเสื้อโอเวอร์ไซส์ และเสื้อฮู้ดดี้ ให้ลุคสตรีทดูดีในแบบสไตล์ขาร็อค

 

#008 THE REAL สวยแบบกระดูกคนละเบอร์

มากันที่ลุคสำหรับสาวที่มีรูปร่างสูงใหญ่แบบชาวตะวันตก และอาจรู้สึกว่ารูปร่างของตัวเองดูใหญ่เมื่ออยู่กับชาวเอเชียทั่วไป ซึ่งนี่แหละเป็นลุคที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นเพียงแค่ลองเลือกใส่เป็นกางเกงยีนส์ทรง Straight ที่พอดิบพอดีกับรูปร่าง จัดลุคคู่กับเสื้อกล้ามสีเข้ม หรือเชิ้ตแขนยาวทรงหลวม แค่นี้ก็ได้ลุคเท่ โดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว

 

#009 THE READY จะมุมไหนก็ดูดี

ปิดท้ายด้วยรูปร่างสมส่วนแบบพร้อมลุย ที่ได้เปรียบเพราะแต่งยังไงก็ดูดี ซึ่งสามารถสร้างลุคให้แตกต่างหลากหลายอยู่เสมอได้เช่นกัน ด้วยการแมตช์เสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่างของตัวเองอย่างกางเกงยีนส์ทรง Slim กระชับเข้ากับเรียวขา จับคู่กับเสื้อยืดพอดีตัว เสริมด้วยเดนิมแจ็คเก็ต แค่นี้ก็ได้ลุคเท่ง่าย ๆ มองมุมไหนก็ดูดี

 

ใครยังไม่มีไอเทมไว้แมตช์ลุคของตัวเอง รีบไปช้อปกันได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

เผยเคล็ดลับ 5 วิธีดูแลกางเกงยีนส์ตัวเก่งให้ดูใหม่อยู่เสมอ

เผยเคล็ดลับ 5 วิธีดูแลกางเกงยีนส์ตัวเก่งให้ดูใหม่อยู่เสมอ

กางเกงยีนส์’ ถือได้ว่าเป็นไอเทมฮิตที่ครองใจผู้คนมาอย่างยาวนาน เพราะนอกจากจะเป็นไอเทมที่แมตช์เข้ากับไอเทมอื่นได้หลายลุคหลายสไตล์แล้ว ยีนส์ยังถือเป็นไอเทมที่สามารถเลือกหยิบมาใส่เพิ่มความเท่ได้ทุกวันไม่มีเบื่อ แต่ยิ่งใส่บ่อยก็ยิ่งต้องดูแลให้ถูกวิธี วันนี้เราเลยขอมาแนะนำ 5 วิธีดูแลกางเกงยีนส์ ที่จะทำให้ยีนส์ของคุณสีไม่ซีด ทรงสวย และดูใหม่อยู่เสมอ  

#หัวใจสำคัญอยู่ที่การ(ไม่)ซัก

เริ่มแรกกับวิธีการดูแลหลังจากซื้อ ซึ่งหากเป็นยีนส์ผ้าดิบโดยทั่วไปควรจะใส่ให้ครบ 1 ปี ก่อนนำไปซักเพราะอาจทำให้สีของยีนส์ซีดเร็ว และเสียทรงได้ง่าย อีกทั้งการสวมใส่หลาย ๆ ครั้งก่อนซักครั้งแรกยังเป็นการปั้นเฟดยีนส์ โดยรอยเฟดจะเริ่มเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการสวมใส่เป็นประจำ ซึ่งสีอินดิโก้ของยีนส์จะค่อย ๆ หลุดไปตามการใช้งาน แต่ถ้าเกิดมีรอยเลอะ อาจใช้ผ้าชุบน้ำหรือแปรงถูเบา ๆ บริเวณที่เลอะ หรือจะใช้สเปรย์ทำความสะอาดช่วยลดกลิ่นได้เหมือนกัน

#ถ้าจะซักก็ต้องทำให้ถูกวิธี

แต่ถ้าเป็นยีนส์ประเภทอื่นที่จำเป็นต้องซักหรือสำหรับใครที่ทนความสกปรกไม่ไหว ในการซื้อครั้งแรกอาจแช่ยีนส์ตัวใหม่ในน้ำเกลือ โดยผสมเกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำเปล่า 2 ลิตร แช่ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนล้างน้ำออกเพื่อกำจัดสารเคมีจากการผลิต และสิ่งสกปรกที่อาจติดมากับกางเกง โดยวิธีนี้นอกจากจะช่วยถนอมเนื้อผ้าและทรงของกางเกงแล้ว ยังช่วยล็อกความสดใสของสีอินดิโก้ให้คงทนอีกด้วย
สำหรับการซักยีนส์ควรแยกออกจากผ้าประเภทอื่น ๆ และซักด้วยมือเท่านั้น เพราะการนำเข้าเครื่องซักผ้าอาจทำให้ยีนส์หดจนเสียทรง และควรกลับด้านในของยีนส์ออกมาด้านนอกก่อนซักทุกครั้ง โดยซักในน้ำเย็นหรืออุณหภูมิปกติเท่านั้นเพราะน้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะทำให้สีของกางเกงยีนส์ซีดเร็วกว่าปกติ

#อย่าตากแดดจัดจนเกินไป

หลังจากซักทำความสะอาดเสร็จแล้ว เพื่อไม่ให้สีของยีนส์ซีดเร็วแนะนำให้ตากแดดในช่วงที่ไม่ร้อนจัดมากประมาณบ่าย 2 ถึง 4 โมงเย็น หรือถ้าจำเป็นต้องตากในช่วงที่แดดจัด ควรตากไว้ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และควรกลับด้านของกางเกงยีนส์ตากแบบเอาขาชี้ฟ้า ให้เอวกางเกงอยู่ด้านล่าง เพราะจะช่วยป้องกันการหดของกางเกงยีนส์และยังทำให้ให้ครามไม่ไหลออกจากกางเกงง่ายเกินไปอีกด้วย

#แช่แข็งแทนการซัก

ถ้าคิดว่าการซักยีนส์ดูยุ่งยากเกินไป หรือไม่มีเวลาดูแล อาจเลือกใช้วิธีแช่แข็งแทนการซักก็ได้ โดยนำกางเกงยีนส์ใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้สนิทแล้วนำไปใส่ในช่องแช่แข็งก่อนเข้านอน ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วนำมาใส่ในวันต่อมา ซึ่งการนำไปใส่ในช่องแช่แข็งแบบนี้ความเย็นจะช่วยหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้สามารถนำไปใส่ได้หลายครั้งโดยไม่จำเป็นต้องซัก แต่ต้องระวังอย่าให้กางเกงยีนส์ไปรบกวนอาหารอื่น ๆ ในช่องแช่แข็งของเราด้วยล่ะ

#จัดเก็บดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

หลายคนอาจจะมองข้ามขั้นตอนนี้ไป เพราะนอกจากจะต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธีแล้ว การจัดเก็บให้ดีก็เป็นตัวช่วยเล็ก ๆ ที่จะทำให้กางเกงยีนส์ของคุณดูใหม่ และดูดีอยู่เสมอด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงแยกเก็บจากเสื้อผ้าชนิดอื่น โดยการแขวนหรือพับเก็บ ซึ่งการพับไม่ควรแบ่งหลายท่อนมากเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดรอย โดยแนะนำให้พับตามทางยาวของกางเกงและพับอีกครั้งนึง จากนั้นนำมาวางเรียงกันในแนวตั้งเหมือนเก็บหนังสือ ไม่ควรซ้อนกันโดนตรงเพราะอาจเกิดเป็นรอยพับชัดเวลาหยิบออกมาสวมใส่

ใครยังไม่กางเกงยีนส์ทรงเท่ ๆ รีบไปช้อปกันได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

HOW TO เลือก ‘เสื้อเชิ้ตลายสก็อต’ อย่างไร ให้ดูเท่อย่างมีสไตล์เข้ากับลุคของคุณ

HOW TO เลือก ‘เสื้อเชิ้ตลายสก็อต’ อย่างไร ให้ดูเท่อย่างมีสไตล์เข้ากับลุคของคุณ

เรียกได้ว่าเป็นไอเทมฮิตที่ครองใจผู้คนมายาวนานเลยทีเดียวสำหรับ แฟชั่นลายสก็อต ที่ถึงแม้จะเริ่มฮิตมาตั้งแต่ช่วงยุค 90 แล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงเป็นแฟชั่นที่ครองใจผู้คนและได้รับความนิยมมาโดยตลอด โดยเฉพาะ ‘เสื้อเชิ้ตลายสก็อต’ หรือที่หลาย ๆ คนอาจรู้จักในชื่อ Plaid Shirt (เพลดเชิ้ต) , Checkered (เชคเกอร์) หรือ Tartan (ทาร์ทัน) จะเรียกแบบไหนก็ดูดีเหมือนกันหมด ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะต้องมีติดตู้เสื้อผ้ากันอยู่บ้างแน่นอน วันนี้แม็คยีนส์จะมาแนะนำการเลือกเสื้อเชิ้ตลายสก็อต ว่าต้องเลือกใส่แบบไหนให้เหมาะกับลุคและสไตล์ของตัวเอง รับรองใส่แล้วดูดี ไม่ต้องกลัวเชยอย่างแน่นอน
มากันที่ขั้นตอนแรกกับหัวใจของเสื้อลายสก็อตอย่างลายตารางบนเสื้อที่มีขนาดและรูปแบบให้เราได้เลือกหลากหลายตามความชอบ อย่างเชิ้ตที่มีขนาดตารางใหญ่ก็จะให้ลุคสบาย ๆ เหมาะสำหรับใส่เอ้าท์ดอร์ กลิ่นอายคันทรี่เบา ๆ หรือถ้าอยากให้ดูมีความแคชชวลขึ้นมาสักนิดลองเปลี่ยนมาเป็นลายตารางที่มีขนาดเล็กลงมา ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย สามารถใส่ได้หลากหลายโอกาส
หรือถ้าบางคนรู้สึกเบื่อกับลายตารางเรียบแบบเดิม ๆ ลองเปลี่ยนมาเลือกเชิ้ตสก็อตที่ใช้เส้นสีที่ 3 ไขว้ทับลายตาราง ก็จะช่วยเพิ่มลูกเล่นและเสริมให้เชิ้ตตัวเก่งดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังให้ลุคที่ดูสนุกสนานและไม่ดูเป็นทางการน่าเบื่อจนเกินไปอีกด้วย
นอกจากขนาดและสีของลายเส้นแล้ว อีกหนึ่งดีเทลที่หลาย ๆ คนขาดไม่ได้สำหรับเสื้อเชิ้ตก็คือกระเป๋าเสื้อ ที่นอกจากจะเอาไว้ใส่ของจุกจิก หรือเอาไว้เหน็บปากกาแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งดีเทลที่ช่วยเพิ่มความเท่และเปลี่ยนลุคให้ดูแตกต่างไปจากเสื้อเชิ้ตเรียบ ๆ ได้ ยิ่งถ้าตัวกระเป๋าเสื้อมีกระดุมและตอกรีเวทโลหะด้วย ยิ่งเพิ่มลุคให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครมากขึ้นไปอีก
ปิดท้ายด้วยการเลือกโทนสี ที่แต่ละโทนจะให้ลุคที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น Earth Tone สีสันธรรมชาติไม่ฉูดฉาดที่ให้ความรู้สึกสบาย ๆ สวมใส่ได้ทุกวัน Navy Tone ให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็น ใส่ได้ทั้งวันทำงาน และวันชิล ๆ หรือจะเลือกเป็นโทน Black & White ในวันที่อยากได้ลุคเท่ ๆ หรือวันที่คิดไม่ออกว่าจะเลือกใส่สีอะไรโทนขาวดำก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี เลือกใส่ได้ไม่มีเบื่อ แมทช์ได้ทั้งกับกางเกงยีนส์และสแล็ค
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นที่ไม่เคยเอ้าท์จริง ๆ สำหรับ ‘เสื้อเชิ้ตลายสก็อต’ ที่หลายคนอาจไม่กล้าเลือกมาใส่เพราะอาจคิดว่าดูเชย แต่ถ้าลองเลือกให้แมทช์กับตัวเองด้วยดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราแนะนำไปแล้วล่ะก็ รับรองว่าลุคไม่ซ้ำ ดูดีได้ทุกวันอย่างแน่นอน
ว่าแล้วใครยังไม่มีเสื้อเชิ้ตลายสก็อตเท่ ๆ ไปช้อปกันได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans