ใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อแบบไหน ให้ดูเข้ากัน

ใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อแบบไหน ให้ดูเข้ากัน

ไม่ว่าจะแมทช์ลุคไหนสไตล์ไหน ก็ห้ามพลาดกับไอเทมสุดฮิตตลอดกาลอย่าง “กางเกงยีนส์” หยิบไปใส่ทีไรก็เวิร์คตลอด ออกจากบ้านได้อย่างมีสไตล์ แต่ว่าจะใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อแบบไหน ให้ดูเข้ากัน? เอาจริงๆ หลายคนก็คงคิดไม่ออกว่าจะต้องแมทช์กับเสื้อแบบไหนดี บางทีใส่บ่อยๆ ก็เริ่มเบื่อไม่รู้จะแมทช์กับอะไรดี วันนี้เรามีไอเดียการมิกซ์แอนด์แมทช์การใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อแบบไหน ให้ดูเข้ากัน อย่างมีสไตล์มาฝากทุกคน

 

 

ไอเดียใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อแบบไหน ให้ดูเข้ากัน

 

CHILL LOOK

หากพูดถึงการแต่งตัวในลุคชิลๆ สบายๆ หลายคนคงต้องนึกถึง “เสื้อยืด” แน่นอน เพราะใครคิดอะไรไม่ออก ก็ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ออกจากบ้านไปเลย จะเป็นเสื้อยืดสีพื้นเรียบๆ เสื้อยืดลายกราฟิก หรือเสื้อยืดลายขวาง ไม่ว่าจะใส่ไปเที่ยวใกล้หรือไกล เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์คู่ใจสักตัว ยังไงก็เอาอยู่ ส่วนรองเท้าอาจจะแมทช์กับรองเท้าผ้าใบที่ดูเรียบๆ หน่อย และเลือกกระเป๋าทรง FANNY BAG หรือกระเป๋าทรง CROSSBODY BAG คุณก็ได้ลุคชิลๆ แล้ว

 

SMART LOOK

จะออกไปลุยข้างนอกทั้งที กางเกงยีนส์สีเข้มแมทช์กับเสื้อเชิ้ตซาฟารีหรือเสื้อลายพราง (Camouflage) สักตัว ต้องเท่อย่างแน่นอน! เมื่อขึ้นชื่อว่าการแต่งตัวแนวเท่ๆ ลุยๆ ก็คงหนีไม่พ้นกับกางเกงยีนส์สีเข้ม กางเกงยีนส์แนวขาดๆ เซอร์ๆ อยู่แล้วและเพียงแค่แมทช์กับกระเป๋า Backpack หรือกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ที่ดูคล่องแคล่ว สะดวกสบาย ก็ดูทะมัดทะแมง พร้อมลุยทุกสถานการณ์

 

WORKING LOOK

อยากใส่กางเกงยีนส์ไปทำงาน แต่ไม่รู้จะต้องแมทช์ยังไงดี ให้ดูสุภาพ เรียบร้อยสักนิด จริงๆ แล้วการแต่งตัวลุคทำงานที่ดูเป็นทางการขึ้นมาหน่อยไม่ยากเลย เพียงแค่คุณเอาเสื้อเชิ้ตเรียบๆ หรือมีดีเทลเล็กน้อย มาแมทช์กับกางเกงยีนส์ที่ไม่ขาด ขอย้ำว่า ห้ามขาด!! เพราะเดี๋ยวจะดูไม่สุภาพ และถ้าหากยากเพิ่มความเป็นทางการขึ้นมาสักนิด อาจจะหยิบเอาสูทหรือเบลเซอร์มาใส่ทับ พร้อมแมทช์กับรองเท้าหนังหรือรองเท้าสลิปออนสีเรียบ คลาสสิคสักคู่

 

DOUBLE DENIM LOOK

แจ็คเก็ตเดนิมสามารถใส่กับกางเกงยีนส์คู่ใจได้ แต่ถ้าหากคุณจับคู่ผิดก็อาจจะดูเชย ฉะนั้นคุณต้องเลือกแมทช์ให้ดีและจับคู่สีให้ถูก คุณอาจจะเลือกแจ็คเก็ตกับกางเกงยีนส์เป็นสีเดียวกันหรือเลือกให้เป็นคนละเฉดสีไปเลย เช่น แจ็คเก็ตสียีนส์แมทช์กับกางเกงยีนส์สีขาว แค่นี้ลุคของคุณก็ดูดีไม่เชยแล้ว

 

STREET LOOK

ลุคสตรีทสุดฮิต แต่งกันทั่วบ้านทั่วเมือง แนวการแต่งตัวง่ายๆ มีอะไรก็จับใส่ไปเล๊ย แต่อาจจะมีพร็อพที่ช่วยเพิ่มความเก๋ให้ลุคของคุณสักนิด โดยแมทช์ลุคสตรีทง่ายๆ ดังนี้ เพียงแค่คุณหยิบเสื้อสเวตเตอร์หรือฮู้ดดี้มาใส่และเลือกจับคู่กับรองเท้าผ้าใบแฟชั่นสีฉูดฉาด ก็เป๊ะเวอร์!

 

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับไอเดียการใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อแบบไหนให้ดูดีมีสไตล์ ปิ๊งไอเดียกันหรือยัง?  ถ้าใครชอบแต่งแบบไหนลุคไหนก็แต่งตามนั้นได้เลย และอย่าลืมเลือกกระเป๋ากับรองเท้าให้เข้ากับลุคของคุณด้วยนะ ถ้าหากว่าแมทช์ดี รับรองเกิดแน่นอน!!

ทริคเลือกทรงกางเกงยีนส์ผู้หญิงให้เหมาะกับหุ่น

ทริคเลือกทรงกางเกงยีนส์ผู้หญิงให้เหมาะกับหุ่น

เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน คุณเคยได้ยินคำนี้กันไหม? เพราะถ้าหากคุณเลือกกางเกงยีนส์ผิดทรง ไม่เหมาะสมกับรูปร่างของคุณ ก็อาจจะทำให้ดูเชยเหมือนป้าเอาได้ วันนี้เราเลยนำทริคเลือกทรงกางเกงยีนส์ผู้หญิงให้เหมาะกับหุ่น มาฝากสาวๆ ทุกคน เพราะถ้าสาวๆ เลือกทรงของกางเกงยีนส์ผู้หญิงให้เหมาะสมกับรูปร่างก็จะดูดีขึ้นมาได้เหมือนกัน

 

 

หุ่นทรงนาฬิกาทราย (Hourglass Shape)

โอ้ยยย! หุ่นทรงนี้สาวๆ คนไหนก็อยากมีที่สุดเลย เพราะเป็นหุ่นที่มีส่วนเว้าโค้งที่ชัดเจน เพอร์เฟคสุดๆ ไม่ว่าจะใส่กางเกงยีนส์ทรงไหน เอวสูง เอวต่ำ ก็ได้หมดทุกทรง ขอย้ำว่า ทุกทรง!! ก็หุ่นดีอ่ะเนอะ จะใส่อะไรก็ได้ และถ้าหากจะใส่กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่อวดหุ่นก็ดูดีเอามากๆ

 

 

หุ่นทรงลูกแพร์ (Pear Shape)

สาวหุ่นลูกแพร์ มีสะโพกผายกว้าง และมีเอวที่เล็ก แต่ไหล่จะค่อนข้างแคบ สำหรับสาวๆ ที่มีหุ่นทรงลูกแพร์ ถ้าให้เลือกกางเกงยีนส์ที่เหมาะสมสำหรับสาวๆ หุ่นนี้ ก็คงต้องเป็นกางเกงยีนส์ทรงบูทคัท (Boot Cut Jeans) และยิ่งเป็นกางเกงยีนส์เอวสูง ยิ่งช่วยให้สะโพกของสาวๆ ดูกระชับมากขึ้น แถมยังดูเอวเล็กอีกด้วย ถ้าหากไม่อยากใส่กางเกงยีนส์ทรงบูทคัท ก็จะมีกางเกงยีนส์ทรงกระบอก (Straight Fit Jeans) และกางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ (Boyfriend Jeans) ที่สาวๆ ใส่แล้วยังดูดีเช่นกัน แต่ไม่ขอแนะนำให้ใส่กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ที่รัดรูปแน่นๆ เพราะจะยิ่งทำให้สะโพกดูเด่นเกินไป

 

 

หุ่นทรงแครอท (Carrot Shape)

สำหรับสาวหุ่นทรงแครอท จะมีลักษณะที่คล้ายกับแครอทเลย คือช่วงล่างจะเล็กกว่าช่วงบน ช่วงไหล่ของสาวๆ หุ่นนี้จะกว้าง ขอแนะนำให้ใส่กางเกงยีนส์ทรงบูทคัท (Boot Cut Jeans) หรือกางเกงยีนส์ทรงขาบานที่เป็นเอวสูง เพราะจะช่วยให้หุ่นของสาวๆ ดูสมส่วนมากขึ้น แต่ไม่แนะนำให้ใส่กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ จะยิ่งทำให้สะโพกดูแคบ หรือถ้าหากใครไม่อยากใส่กางเกงยีนส์ทรงขาบานก็สามารถเลือกกางเกงยีนส์ทรงกระบอกมาใส่ได้เช่นกัน

 

 

หุ่นทรงแอปเปิ้ล (Apple Shape)

หากใครกินเยอะ ไม่ควบคุมน้ำหนักซะเลยก็อาจจะมีหุ่นทรงแอปเปิ้ลเอาได้ แต่ถ้าหากสาวๆ คนไหนมีหุ่นทรงนี้แล้วล่ะก็ไม่ต้องห่วง ถ้าอยากจะใส่กางเกงยีนส์ให้ดูดีเช่นกัน มันก็มีทรงสาวๆ ยังพอใส่ได้ ลักษณะของสาวหุ่นนี้ก็คือจะมีพุงน้อยๆ นั่นเอง จึงขอแนะนำให้เลือกใส่กางเกงยีนส์ทรงกระบอก และกางเกงยีนส์ที่มีเอวสูงเท่านั้น เพราะจะช่วยให้ดูสลิม เก็บทรงให้ดูกระชับมากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงกางเกงยีนส์ที่มีเอวต่ำ

 

 

หุ่นทรงผอมบาง (Rectangle Shape)

สาวๆ หุ่นทรงผอมบางจะมีลักษณะคือหุ่นตรงๆ ผอมบาง คล้ายกับไม้กระดาน ที่ใครหลายคนอาจจะเคยโดนล้อ แต่อย่าเสียความมั่นใจไป เพราะสาวๆ หุ่นนี้ สามารถใส่กางเกงยีนส์ได้หมดทุกทรง ไม่ว่าจะเอวต่ำ หรือเอวสูง ก็ใส่ได้เหมือนกับสาวหุ่นทรงนาฬิกาทรายเลย รู้สึกดีกันขึ้นมาสำหรับสาวหุ่นผอมบาง^^ แต่ถ้าให้ดีขอแนะนำให้เลือกกางเกงยีนส์ที่มีดีเทลพวกกระป๋ากางเกงทั้งหน้าและหลัง หรือกางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์จะช่วยทำให้เห็นสัดส่วน ดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น

 

เมื่อได้อ่านทริคเลือกทรงกางเกงยีนส์ผู้หญิงให้เหมาะกับหุ่นกันไปแล้ว อย่าลืมสังเกตหุ่นของคุณดูว่ามีรูปร่างคล้ายกับแบบไหนที่สุด แล้วเลือกทรงกางเกงยีนส์ให้เหมาะ ไม่ว่าคุณจะแมทช์ลุคไหนๆ ก็ดูดีได้ทั้งนั้น

 

 

 

กางเกงยีนส์ 5 สไตล์ที่ผู้หญิงควรมี

กางเกงยีนส์ 5 สไตล์ที่ผู้หญิงควรมี

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “กางเกงยีนส์” คือไอเทมที่ผู้หญิงควรมีติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้ แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน กางเกงยีนส์ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่เสมอ ไม่มีตกเทรนด์จริงๆ กางเกงยีนส์ผู้หญิงยังสามารถแมทช์ได้กับเสื้อหลายแบบ หลายสไตล์ อีกมากๆ ทั้งลุคแคชชวล ลุคทำงาน ลุคมินิมอล หรือลุควินเทจ ขอแค่มีกางเกงยีนส์คู่ใจแล้วแมทช์กับเสื้อสักตัว ลุคของคุณก็ดูดีมีสไตล์ขึ้นมาทันทีเลย วันนี้เราเลยขอนำเสนอกางเกงยีนส์ผู้หญิง 5 ทรง 5 สไตล์ ที่ยังคงฮิตอยู่เรื่อยๆ มาให้ทุกคนดูกัน เชื่อว่าทุกคนต้องคุ้นตา เคยเห็นมาบ้างแล้วแน่นอน

 

กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ (Skinny Jeans)

 

 

กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือที่นิยมเรียกกันว่า กางเกงยีนส์ขาเดฟ ซึ่งทรงของกางเกงจากช่วงสะโพกจนถึงปลายขาจะแคบลงเรื่อยๆ และค่อนข้างรัดรูปมากกว่ากางเกงยีนส์ทรงอื่นๆ เหมาะกับคนที่ต้องการจะโชว์หุ่น เน้นสัดส่วน เพราะกางเกงยีนส์ทรงนี้จะเห็นสัดส่วนได้ชัดมาก สามารถแมทช์กับเสื้อได้หลากหลายแบบ จะเลือกยีนส์สีเข้มหรือสีฟอก ก็ได้สไตล์ที่แตกต่างกันออกไป

 

กางเกงยีนส์ทรงขากระบอก (Straight Jeans)

 

 

กางเกงยีนส์ทรงกระบอกหรือกางเกงยีนส์ขาตรง เป็นทรงที่ค่อนข้างพอดีตัว ขาของกางเกงยีนส์จะมีลักษณะคล้ายกับกระบอก ทิ้งตรงลงมา ไม่รัดรูป เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีหุ่นแบบแอปเปิ้ล จะช่วยอำพรางรูปร่างได้ดี สามารถแมทช์ลุควินเทจ ลุคแคชชวล หรือลุคมินิมอลได้ตามความชอบ อาจจะเลือกสไตล์ของกางเกงยีนส์เป็นแบบขาดๆ หน่อย ก็จะได้ลุคเซอร์ๆ เท่ๆ

 

กางเกงยีนส์ทรงบูทคัท (Bootcut Jeans)

 

 

ยีนส์ทรงบูทคัท เป็นไอเทมสุดคลาสสิคเลยก็ว่าได้ เรามักจะเห็นอยู่ในหนังคาวบอยบ่อยๆ เพราะกางเกงยีนส์ทรงบูทคัทปลายขาจะบานหน่อยๆ เพื่อครอบรองเท้าบูทเอาไว้ ลักษณะทรงของกางเกงในช่วงต้นขา จะพอดีกับรูปร่าง ส่วนปลายขาจะบานออกเล็กน้อยตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น กางเกงยีนส์ทรงนี้จะเหมาะกับคนที่มีรูปร่างหุ่นทรงลูกแพร์ และสาวๆ ที่มีหุ่นทรงแครอท เพราะกางเกงยีนส์ทรงบูทคัทจะช่วยทำให้หุ่นดูสมส่วนมากขึ้น ถ้าหากอยากใส่กางเกงยีนส์ทรงบูทคัท ขอแนะนำให้ใส่กับรองเท้าบูทหรือรองเท้าส้นเตารีด จะดูวินเทจย้อนยุคสุดๆ แต่ถ้าอยากใส่กับรองเท้าผ้าใบก็ได้เช่นกัน

 

กางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ (Boyfriend Jeans)

 

 

คอนเซปต์ของกางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ ก็เหมือนกับคุณยืมกางเกงยีนส์ของแฟนหนุ่มมาใส่นั่นเอง กางเกงยีนส์ทรงนี้เลยจะดูบอยๆ แมนๆ หน่อย ทรงของกางเกงจะหลวมๆ ไม่เข้ารูป สบายๆ แต่งแล้วจะได้ลุคที่ดูทะมัดทะแมงเท่ๆ หากจับคู่กับเสื้อยืด Oversize และรองเท้าผ้าใบก็ได้ลุคสุดชิค หรือจะแมทช์กับเสื้อเชิ้ต รองเท้าส้นสูง ก็ดูดีไปอีกแบบ

 

กางเกงยีนส์ทรงขาบาน (Flared Jeans)

 

 

ทรงของกางเกงยีนส์ขาบาน ช่วงสะโพกจะไม่รัดรูป พอดีตัว หรือจะหลวมๆ หน่อย แต่ปลายขาจะบานออกมากกว่ากางเกงยีนส์ทรงบูทคัท เหมาะกับคนที่มีหุ่นทรงแครอทเพราะจะช่วยให้ดูสมส่วน ถ้าหากจะเลือกใส่กางเกงยีนส์ทรงขาบานคงจะเหมาะกับการแต่งตัวในสไตล์ยุค 70s หรือสไตล์วินเทจมากกว่า แต่ถ้าหากอยากแต่งในลุคสตรีท ชิคๆ ก็หยิบมาใส่ได้

ทำความรู้จักกับกางเกงยีนส์ริมแดง

ทำความรู้จักกับกางเกงยีนส์ริมแดง

“กางเกงยีนส์” ไอเทมที่หลายคนต้องมีแน่นอน ไม่ว่าจะวัยไหน ทำงานอาชีพอะไร กางเกงยีนส์ก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่เสมอ เพราะคิดอะไรไม่ออก แค่แมทช์เสื้อสักตัวกับกางเกงยีนส์ก็ออกจากบ้านได้แล้ว และไม่ว่าจะใส่บ่อยหรือไม่ค่อยได้ใส่เท่าไหร่ ยังไงไอเทมนี้ก็คงต้องมีติดตู้เสื้อผ้าอย่างน้อยคนละ 1 ตัว อยู่แล้ว

มีใครเคยได้ยินหรือรู้จัก “กางเกงยีนส์ริมแดง” (Selvedge) กันหรือไม่? บางคนอาจจะยังไม่รู้กางเกงยีนส์ริมแดงว่ามันคืออะไร? ซึ่งกางเกงยีนส์ริมแดงเนี่ยผลิตมาจากผ้าริม เป็นกางเกงยีนส์ที่มีความพรีเมี่ยมที่สุดในบรรดากางเกงยีนส์ทั้งหลายเลยก็ว่าได้ เรียกว่าคอยีนส์ตัวจริง ต้องมี!! เพราะยีนส์ผ้าริมทนทานกว่ายีนส์ทั่วไปสุดๆ แถมใส่แล้วยังดูเท่ ดูพิเศษกว่ากางเกงยีนส์ทั่วไปอีก

 

กางเกงยีนส์ริมแดง หรือ ยีนส์ผ้าริมคืออะไร?

ผ้าริม หรือ Selvedge มาจากคำว่า “self-edge” หรือริมของตัวผ้าเอง ซึ่งผลิตจากเครื่องทอแบบเก่าหรือที่เรียกว่า Shuttle Loom ที่เป็นเครื่องทอหน้าแคบ การทอนี้จะต้องมีการควบคุมคุณภาพที่สูงกว่าผ้าทอทั่วไป

ซึ่งในการผลิตยีนส์ผ้า Selvedge นี้ ครั้งหนึ่งจะได้จำนวนที่ไม่มาก ต้นทุนการผลิตสูง ที่ริมขอบผ้าจะมีด้ายเย็บเพื่อให้ผ้าไม่ลุ่ย จึงทำให้กางเกงยีนส์ทนทานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ริมผ้าหรือ Selvedge จึงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการเป็นยีนส์คุณภาพสูงที่มีความพรีเมี่ยมในตัวเอง

ความกว้างของหน้าผ้าระหว่าง “ผ้าริม” และ “ผ้าไม่มีริม”

เครื่องทอแบบ Shuttle Loom

 

กระบวนการผลิตยีนส์ผ้าริม

วิธีการทำงานของเครื่องทอ Shuttle Loom เป็นรูปแบบที่เข้าใจได้ไม่ยาก หลักการคือการวางด้ายแนวดิ่งหรือด้ายยืน (The wrap yarns) ไว้ที่ตัวเครื่องทอ ส่วนตัวกระสวย (Shuttle) บรรจุด้ายแนวนอนหรือด้ายพุ่ง (The horizontal filler yarns) และส่งกระสวยไปในระนาบแนวนอนให้ด้ายยืนและด้ายพุ่งบรรจบกันและกลายเป็นผืนผ้า ตัวกระสวยที่ถูกส่งพุ่งไป-กลับตามแนวระนาบของเครื่องทอครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างสรรค์ให้เกิดริมจบที่ขอบผ้า ซึ่งโรงทอผ้าได้ใช้ด้ายสีขาวธรรมชาติไปพร้อมกับด้ายสีจนเกิดเป็นริมผ้าที่มีเส้นสี กลายเป็นผ้าริมสีที่มีคุณค่าในปัจจุบัน

 

 

ความแตกต่างระหว่าง “ยีนส์ผ้าริม” และ “ยีนส์ที่ไม่ได้ใช้ผ้าริม”

โดยทั่วไปแล้ว ถ้าหากมองผิวเผิน มองแบบผ่านๆ จะเห็นว่ามีความคล้ายหรือเหมือนกันแบบมากๆ แต่ถ้าหากลองพับขาของกางเกงยีนส์ดู จะสังเกตได้ว่ามีความแตกต่างกันอยู่ ซึ่งยีนส์ผ้าริมจะมีขอบของผ้าที่ทอเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ด้ายหลุดหลุ่ยออกมา ผ้าริมจะเป็นผ้าหน้าแคบ การตัดกางเกงยีนส์ริมแดงขายาว 1 ตัว มักจะใช้ผ้าหน้ากว้างประมาณ 3 หลา ส่วนผ้าที่ไม่มีริม การตัดกางเกงยีนส์ขายาว อาจจะใช้ประมาน 1.5 – 2 หลา ทำให้กางเกงยีนส์ที่ใช้ผ้าริม จึงมีราคาที่แพงกว่า เพราะใช้จำนวนหลาผ้าที่เยอะกว่า และผลิตได้จำนวนที่น้อยกว่า ซึ่งจะทำให้มีความทนทาน และมีอายุการใช้งานที่มากกว่ากางเกงยีนส์ธรรมดาทั่วไป

ทำไมกางเกงยีนส์ผ้าริมถึงมีสีของริมแตกต่างกัน?

หลายคนอาจจะเคยเห็น กางเกงยีนส์ริมแดง ริมขาว ริมน้ำเงิน หรือริมเหลือง ซึ่งมีสีที่แตกต่างกันออกไป ที่เห็นเป็นอย่างนั้น ก็เพราะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สีของด้ายในการเย็บบริเวณหัวผ้า เพื่อไม่ให้ผ้าลุ่ย หรือเป็นขุย มีความทนทานและอายุการใช้งานที่นานกว่า

 

เมื่อทำความรู้จักกับ “กางเกงยีนส์ริมแดง” กันไปแล้ว ก็คงรู้ว่าการใส่กางเกงยีนส์ริมแดงหรือยีนส์ผ้าริมนั้นมีความพิเศษ มีความเท่มากกว่ากางเกงยีนส์ทั่วไปอย่างแน่นอน ซึ่งด้วยกระบวนการผลิตและวัสดุการนำมาผลิตในขั้นตอนต่างๆ จึงทำให้กางเกงยีนส์ริมแดงมีราคาแพงกว่ากางเกงยีนส์ปกติทั่วไป แต่แน่นอนว่ายังมียี่ห้อกางเกงยีนส์ริมแดงที่มีราคาถูกกว่า สามารถเอื้อมถึงได้ และมีคุณภาพที่ดีก็มีอยู่เช่นกัน เวลาเลือกซื้อควรศึกษาให้ดีว่าควรซื้อยีห้อไหน แบบไหน  และดูที่งบประมาณของเราด้วย แต่ถ้าคุณอยากได้จริงๆ มีผลต่อคุณค่าทางจิตใจมาก ก็ซื้อไปเลย อย่ารอช้า!!