ผ้าคอตตอน คืออะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ผ้าคอตตอน คืออะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง

เคยไปเลือกซื้อเสื้อยืดแล้วสงสัยไหมว่า ทำไมผ้าคอตตอน 100% เหมือนกันแต่ลักษณะและคุณภาพของเนื้อผ้าถึงต่างกัน ซึ่งจริงๆ แล้วถึงจะเป็นผ้าคอตตอน 100 % เหมือนกัน แต่ว่าการเลือกใช้วัสดุและกระบวนการผลิตนั้นต่างกัน ทำให้เสื้อยืดแต่ละตัว แต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกัน เราไปทำความรู้จักกับผ้าคอตตอน ว่าเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

 

ผ้าคอตตอนผลิตมาจากอะไร

ผ้าคอตตอนหรือผ้าฝ้าย ผลิตมาจากเส้นใยฝ้าย (Cotton) ซึ่งได้มาจากการนำเส้นใยของปุยฝ้าย มาปั่นจนเกิดเป็นเส้นด้าย แล้วจึงนำมาถักทอได้เป็นผืนผ้า ซึ่งคุณภาพของผ้าที่ได้ก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการเรียงตัวกันของเส้นด้าย ความหนาของเส้นด้าย และอาจจะเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของเส้นด้ายด้วย ลักษณะของผ้าคอตตอน คือจะมีความนุ่ม ไม่กระด้าง สามารถระบายอากาศได้ดีเยี่ยม

เส้นใยฝ้าย คืออะไร

เส้นใยฝ้าย (Cotton) เป็นใยเซลลูโลสได้จากดอกของฝ้าย ใยฝ้ายมีลักษณะไม่แข็งแรง แต่เมื่อนำมาทักถอเป็นผืนผ้า จะได้ผ้าที่แข็งแรง ยิ่งทอหนา แน่น ก็จะยิ่งทนทาน สามารถซึมซับ และดูดความชื้นได้ดี เหมาะสำหรับทำเสื้อยืด ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น

ประเภทของผ้าคอตตอน

หากนำผ้าคอตตอนมาผลิตเป็นเสื้อยืด ผ้าคอตตอนสามารถแบ่งตามคุณภาพออกได้เป็นหลายแบบ โดยกระบวนการผลิตเส้นด้ายจะเป็นตัวบ่งบอกคุณภาพของผ้า จะดูกันที่ความหนา การเรียงตัวของเส้นใยฝ้าย และความบริสุทธิ์ของเส้นใยฝ้าย เป็นต้น

แบ่งตามชนิดของเบอร์เส้นด้าย

  • ผ้าคอตตอน 100% ใช้เส้นด้ายเบอร์ 20

มีขนาดของเส้นด้ายใหญ่ที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับอีก 2 เบอร์ จึงทำให้ลักษณะเนื้อผ้ามีความหนาและแข็ง สัมผัสไม่นุ่ม เหมาะกับการนำไปสกรีนหรือปัก ส่วนมากนำมาผลิตกับเสื้อยืดที่มีราคาปานกลาง

  • ผ้าคอตตอน 100%  ใช้เส้นด้ายเบอร์ 32

การใช้เส้นด้ายเบอร์นี้ นิยมนำไปผลิตเป็นเสื้อยืดที่สุด เพราะมีลักษณะที่นุ่ม ผ้าที่ทอได้จะเนียน บาง และใส่สบายมากกว่าเบอร์ 20

  • ผ้าคอตตอน 100% ใช้เส้นด้ายเบอร์ 40

เส้นด้ายเบอร์นี้มีขนาดเล็กที่สุด จะไม่ค่อยพบเห็นในตลาดมากนัก ส่วนใหญ่จะต้องสั่งผลิต เพราะขั้นตอนการผลิตโดยใช้เส้นด้ายเบอร์ 40 จะมีความยุ่งยาก ซับซ้อน จึงมีต้นทุนในการผลิตที่สูงมากกว่า มักจะถูกนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าสำหรับเด็กอ่อน  และเสื้อผ้าแบรนด์ดัง นิยมใช้ผ้าประเภทนี้มาตัดเป็นเสื้อยืด จะมีลักษณะนุ่มลื่นมากกว่าเบอร์อื่นๆ

แบ่งตามกระบวนการผลิตเส้นด้าย

  • Cotton OE (คุณภาพเกรดต่ำสุด และมีราคาถูก)

ผ้าคอตตอนชนิดนี้จะมีความแข็งกระด้าง ขาดง่าย ราคาถูก เนื่องจากผ้า Cotton OE ไม่ผ่านกระบวนการคัดคุณภาพของเส้นใยฝ้าย เป็นเส้นด้ายที่มีเกรดต่ำสุด

  • Cotton Semi (คุณภาพดี ราคาปานกลาง)

เป็นผ้าคอตตอนที่ผ่านกระบวนการคัดคุณภาพของเส้นใยฝ้าย โดยผ่านวิธีการสางเส้นใยฝ้ายแล้ว ทำให้เนื้อผ้ามีความนุ่มกว่า Cotton OE

  • Cotton Comb (คุณภาพดีมาก แต่มีราคาสูง)

ผ้าชนิดนี้ได้ผ่านกระบวนการผลิตเส้นด้ายด้วยวิธีการหวีเส้นใยโดยเครื่องจักร ซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและละเอียดกว่าแบบอื่นๆ ยังสามารถขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นใยได้ในเปอร์เซ็นที่มากกว่า มีเส้นใยที่ยาว เมื่อนำมาผลิตเป็นผ้าคอตตอน เนื้อผ้าจะนุ่ม มีความทนทาน ขาดยาก และมีความกระด้างต่ำ

 

คุณสมบัติของผ้าคอตตอน

  1. ผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ สัมผัสนุ่ม ใส่สบาย มีความยืดหยุ่นสูง
  2. เนื้อผ้านุ่ม ไม่ร้อน สามารถระบายอากาศ หรือความร้อนได้ดี ดูดซับเหงื่อ เหมาะสำหรับผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  3. ทนต่อความร้อน สามารถซักด้วยผงซักฟอก ซักรีดอุณหภูมิสูงได้ ไม่ไหม้หรือหดตัว
  4. เมื่อซักครั้งแรก ผ้าคอตตอนอาจจะหดตัว
  5. เมื่อซักผ้าคอตตอนบ่อยๆ จะทำให้ยืดย้วย ไม่เป็นทรง สีซีดและเก่าเร็ว
  6. ยับง่าย รีดยาก แต่ปัจจุบันมีการตกแต่ง (Finish) ทำให้ผ้ารีดได้เรียบขึ้น หากนำไปผลิตเป็นเสื้อผ้า จะใส่สบาย แต่ปัจจุบันมีกระบวนการในการผลิตเส้นด้ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คุณภาพของฝ้ายดีขึ้น จึงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย
  7. มีราคาสูงกว่าผ้าชนิดอื่นๆ ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการแบ่งขายของร้านค้า

 

หลังจากได้ทำความรู้จักกับความหมาย ความแตกต่างของผ้าคอตตอน และคุณสมบัติต่างๆ กันไปแล้ว เวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าก็ควรจะพิจารณาถึงการใช้งาน และงบประมาณของคุณด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเงินเปล่า

 

ทำความรู้จักกับกางเกงยีนส์ริมแดง

ทำความรู้จักกับกางเกงยีนส์ริมแดง

“กางเกงยีนส์” ไอเทมที่หลายคนต้องมีแน่นอน ไม่ว่าจะวัยไหน ทำงานอาชีพอะไร กางเกงยีนส์ก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่เสมอ เพราะคิดอะไรไม่ออก แค่แมทช์เสื้อสักตัวกับกางเกงยีนส์ก็ออกจากบ้านได้แล้ว และไม่ว่าจะใส่บ่อยหรือไม่ค่อยได้ใส่เท่าไหร่ ยังไงไอเทมนี้ก็คงต้องมีติดตู้เสื้อผ้าอย่างน้อยคนละ 1 ตัว อยู่แล้ว

มีใครเคยได้ยินหรือรู้จัก “กางเกงยีนส์ริมแดง” (Selvedge) กันหรือไม่? บางคนอาจจะยังไม่รู้กางเกงยีนส์ริมแดงว่ามันคืออะไร? ซึ่งกางเกงยีนส์ริมแดงเนี่ยผลิตมาจากผ้าริม เป็นกางเกงยีนส์ที่มีความพรีเมี่ยมที่สุดในบรรดากางเกงยีนส์ทั้งหลายเลยก็ว่าได้ เรียกว่าคอยีนส์ตัวจริง ต้องมี!! เพราะยีนส์ผ้าริมทนทานกว่ายีนส์ทั่วไปสุดๆ แถมใส่แล้วยังดูเท่ ดูพิเศษกว่ากางเกงยีนส์ทั่วไปอีก

 

กางเกงยีนส์ริมแดง หรือ ยีนส์ผ้าริมคืออะไร?

ผ้าริม หรือ Selvedge มาจากคำว่า “self-edge” หรือริมของตัวผ้าเอง ซึ่งผลิตจากเครื่องทอแบบเก่าหรือที่เรียกว่า Shuttle Loom ที่เป็นเครื่องทอหน้าแคบ การทอนี้จะต้องมีการควบคุมคุณภาพที่สูงกว่าผ้าทอทั่วไป

ซึ่งในการผลิตยีนส์ผ้า Selvedge นี้ ครั้งหนึ่งจะได้จำนวนที่ไม่มาก ต้นทุนการผลิตสูง ที่ริมขอบผ้าจะมีด้ายเย็บเพื่อให้ผ้าไม่ลุ่ย จึงทำให้กางเกงยีนส์ทนทานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ริมผ้าหรือ Selvedge จึงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการเป็นยีนส์คุณภาพสูงที่มีความพรีเมี่ยมในตัวเอง

ความกว้างของหน้าผ้าระหว่าง “ผ้าริม” และ “ผ้าไม่มีริม”

เครื่องทอแบบ Shuttle Loom

 

กระบวนการผลิตยีนส์ผ้าริม

วิธีการทำงานของเครื่องทอ Shuttle Loom เป็นรูปแบบที่เข้าใจได้ไม่ยาก หลักการคือการวางด้ายแนวดิ่งหรือด้ายยืน (The wrap yarns) ไว้ที่ตัวเครื่องทอ ส่วนตัวกระสวย (Shuttle) บรรจุด้ายแนวนอนหรือด้ายพุ่ง (The horizontal filler yarns) และส่งกระสวยไปในระนาบแนวนอนให้ด้ายยืนและด้ายพุ่งบรรจบกันและกลายเป็นผืนผ้า ตัวกระสวยที่ถูกส่งพุ่งไป-กลับตามแนวระนาบของเครื่องทอครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างสรรค์ให้เกิดริมจบที่ขอบผ้า ซึ่งโรงทอผ้าได้ใช้ด้ายสีขาวธรรมชาติไปพร้อมกับด้ายสีจนเกิดเป็นริมผ้าที่มีเส้นสี กลายเป็นผ้าริมสีที่มีคุณค่าในปัจจุบัน

 

 

ความแตกต่างระหว่าง “ยีนส์ผ้าริม” และ “ยีนส์ที่ไม่ได้ใช้ผ้าริม”

โดยทั่วไปแล้ว ถ้าหากมองผิวเผิน มองแบบผ่านๆ จะเห็นว่ามีความคล้ายหรือเหมือนกันแบบมากๆ แต่ถ้าหากลองพับขาของกางเกงยีนส์ดู จะสังเกตได้ว่ามีความแตกต่างกันอยู่ ซึ่งยีนส์ผ้าริมจะมีขอบของผ้าที่ทอเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ด้ายหลุดหลุ่ยออกมา ผ้าริมจะเป็นผ้าหน้าแคบ การตัดกางเกงยีนส์ริมแดงขายาว 1 ตัว มักจะใช้ผ้าหน้ากว้างประมาณ 3 หลา ส่วนผ้าที่ไม่มีริม การตัดกางเกงยีนส์ขายาว อาจจะใช้ประมาน 1.5 – 2 หลา ทำให้กางเกงยีนส์ที่ใช้ผ้าริม จึงมีราคาที่แพงกว่า เพราะใช้จำนวนหลาผ้าที่เยอะกว่า และผลิตได้จำนวนที่น้อยกว่า ซึ่งจะทำให้มีความทนทาน และมีอายุการใช้งานที่มากกว่ากางเกงยีนส์ธรรมดาทั่วไป

ทำไมกางเกงยีนส์ผ้าริมถึงมีสีของริมแตกต่างกัน?

หลายคนอาจจะเคยเห็น กางเกงยีนส์ริมแดง ริมขาว ริมน้ำเงิน หรือริมเหลือง ซึ่งมีสีที่แตกต่างกันออกไป ที่เห็นเป็นอย่างนั้น ก็เพราะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สีของด้ายในการเย็บบริเวณหัวผ้า เพื่อไม่ให้ผ้าลุ่ย หรือเป็นขุย มีความทนทานและอายุการใช้งานที่นานกว่า

 

เมื่อทำความรู้จักกับ “กางเกงยีนส์ริมแดง” กันไปแล้ว ก็คงรู้ว่าการใส่กางเกงยีนส์ริมแดงหรือยีนส์ผ้าริมนั้นมีความพิเศษ มีความเท่มากกว่ากางเกงยีนส์ทั่วไปอย่างแน่นอน ซึ่งด้วยกระบวนการผลิตและวัสดุการนำมาผลิตในขั้นตอนต่างๆ จึงทำให้กางเกงยีนส์ริมแดงมีราคาแพงกว่ากางเกงยีนส์ปกติทั่วไป แต่แน่นอนว่ายังมียี่ห้อกางเกงยีนส์ริมแดงที่มีราคาถูกกว่า สามารถเอื้อมถึงได้ และมีคุณภาพที่ดีก็มีอยู่เช่นกัน เวลาเลือกซื้อควรศึกษาให้ดีว่าควรซื้อยีห้อไหน แบบไหน  และดูที่งบประมาณของเราด้วย แต่ถ้าคุณอยากได้จริงๆ มีผลต่อคุณค่าทางจิตใจมาก ก็ซื้อไปเลย อย่ารอช้า!!

 

 

ชนิดของผ้า มีอะไรบ้าง และมีคุณลักษณะของเนื้อผ้า

ชนิดของผ้า มีอะไรบ้าง และมีคุณลักษณะของเนื้อผ้า

ชนิดของผ้า มีอะไรบ้าง และมีคุณลักษณะของเนื้อผ้า

ผ้าที่เราเห็นตามท้องตลาดทั่วไปมีหลายชนิดและหลายประเภทมาก แต่วันนี้เราจะมาแบ่งเนื้อผ้าตามชนิดของเส้นใย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ เส้นใยธรรมชาติ (Natural Fiber) เส้นใยสังเคราะห์จากสารเคมี (Chemical Synthetic Fiber) และเส้นใยสังเคราะห์จากวัสดุธรรมชาติ (Natural Synthetic Fiber) ไปดูกันเลยว่าเส้นใย 3 ชนิดนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

1.เส้นใยธรรมชาติ (Natural Fiber)

เส้นใยฝ้าย (Cotton)

ทุกคนคงรู้จักกับเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าคอตตอนหรือผ้าฝ้ายอย่างแน่นอน ซึ่งผ้าเหล่านี้นั้นได้ผลิตมาจากเส้ยใยของต้นฝ้าย ที่มีกระบวนการผลิตคือการนำเส้นใยของปุยฝ้ายมาปั่นจนเกิดเป็นเส้นด้าย คุณสมบัติของผ้าชนิดนี้ จะมีความบางเบา สวมใส่สบายแต่จะรีดยาก มีความหด ย้วย แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้เส้นด้ายมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นในการผลิตเป็นเสื้อผ้า โดยวิธีการดูแลรักษาผ้าคอตตอนก็ไม่ยาก สามารถซักกับเครื่อง หรือจะซักด้วยมือก็ได้ และยังสามารถรีดโดยใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงได้อีกด้วย แต่ผ้าชนิดนี้สามารถขึ้นราได้ไง ต้องระวังไว้สักนิด

เส้นใยไหม (Silk)

ถ้าหากนึกถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย คงอดนึกถึงเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าซิลค์หรือผ้าไหมไม่ได้ ผ้าชนิดนี้ผลิตมาจากใยไหม ซึ่งมาจากโปรตีนของรังไหม แล้วนำมาปั่นให้เกิดเป็นเส้นด้าย เหมือนกับผ้าคอตตอนนั่นเอง ผ้าไหมให้สัมผัสที่นุ่มสบาย เงางาม ไม่ยับง่าย ดูดความชื้นได้ดี ปรับตัวได้อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง และสามารถคงสภาพของผ้าไว้ได้ดี ส่วนการดูแลรักษาอาจจะต้องดูแลเป็นพิเศษนิดนึง เพราะเวลาซักถ้าหากใช้ผงซักฟอกที่มีกรดแรงจะทำลายเนื้อผ้าเอาได้ จึงควรซักด้วยผงซักฟอกที่มีฤทธิ์อ่อนเท่านั้น

เส้นใยลินิน (Linen)

รู้หรือไม่ว่าเส้นใยลินินเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีความแข็งแรง คงทนมากที่สุด แต่ผ้าลินินจะยับได้ง่ายมาก และเวลารีดก็จะเรียบได้ยาก แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาทำให้เสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าลินินรีดได้เรียบง่ายขึ้น ผ้าลินินสามารถใช้อุณภูมิสูงในการซักรีดได้ ลักษณะของผ้าลินิน มีความมันเงาสวยงาม ผิวจะเรียบแข็ง สามารถดูดซึมน้ำได้ดี ซึ่งเส้นใยลินินเนี่ยได้ผลิตมาจากต้นแฟล็กซ์ (Flex) โดยนำมาปั่นแล้วถักทอจนเกิดเป็นผืนผ้าลินิน แต่เวลาที่จะพับลินิน ขอแนะนำให้ม้วนเอาจะดีกว่า เพราะถ้าเกิดพับผ้าลินิน อาจจะทำให้เส้นด้ายเสียหายหรือหักเอาได้ จะทำให้ผ้าเสียทรงเปล่าๆ

เส้นใยขนสัตว์ (Wool)

เส้นใยขนสัตว์ ส่วมมากจะนิยมนำไปทำเสื้อกันหนาวมากกว่า เพราะคุณสมบัติของผ้าขนสัตว์ คือสามารถดูดความร้อน และถ่ายเทความชื้นได้ดี ทำให้ขณะที่เราสวมใส่รู้สึกอบอุ่นร่างกาย ส่วนผ้าขนสัตว์ที่นิยมเอามาทำผ้าที่สุดคือ ขนแกะ นำมาปั่นจนเกิดเป็นเส้นด้าย แล้วเอาไปถักทอจนเป็นผืนผ้า เนื่องจากเวลาผ้าขนสัตว์เปียกจะหดตัวมาก จึงควรซักแห้งมากกว่า และเมื่อซักเสร็จควรเก็บไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมอด

 

2.เส้นใยสังเคราะห์จากสารเคมี (Chemical Synthetic Fiber)

 

ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester)

หากใครเป็นคนที่ชื่นชอบการใส่เสื้อยืดเอามากๆ อาจจะต้องเคยใส่เสื้อยืดที่ผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% เพราะผ้าโพลีเอสเตอร์มีคุณสมบัติที่คล้ายกับผ้าคอตตอนหรือผ้าฝ้ายอย่างมาก เป็นเส้นใยที่มีความยาวนุ่ม เงามัน เบาบาง ยับยาก แต่สามารถดูดความชื้นได้น้อย และเมื่อใส่ไปนานๆ เนื้อผ้าอาจจะเป็นขุยได้

ผ้าไนลอน (Nylon)

โดยส่วนมากผ้าไนลอนจะไม่ค่อยนิยมนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า เพราะเวลาสวมใส่จะไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าก็จะมีราคาที่ไม่สูง  ส่วนมากจะผลิตเป็นกระเป๋า ร่ม ถุงผ้าไนลอน มากกว่า เพราะคุณสมบัติของผ้าไนลอนมีความแข็งแรง ทนทานมาก ไม่ยับง่าย เนื้อผ้าสามารถทรงตัวได้ดี ทนต่อเชื้อราและการถูกขัดสีได้ดี

ผ้าสแปนเด็กซ์ (Spandex)

ใครที่นึกไม่ออกว่าผ้าสแปนเด็กซ์เป็นยังไง ให้นึกถึงกางเกงเลกกิ้งหรือเสื้อที่ผ้ามีลักษณะยืดหยุ่นมากๆ เพราะคุณสมบัติของผ้าสแปนเด็กซ์คือมีความยืดหยุ่นสูงมาก เมื่อยืดออกแล้วปล่อยกลับก็จะคงอยู่ในรูปทรงเดิม และแถมยังมีน้ำหนักที่เบาสบายอีกด้วย

 

3.เส้นใยสังเคราะห์จากวัสดุธรรมชาติ (Natural Synthetic Fiber)

 

ผ้าเรยอน (Rayon)

ผ้าเรยอนไม่ได้ผลิตมาจากเส้นใยสังเคราะห์สารเคมี  แต่ผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติ และได้ผ่านกระบวนการทางเคมี ถักทอจนเกิดเป็นผืน ผ้าเรยอนถูกผลิตขึ้นมาให้มีคุณสมบัติที่เหมือนกับผ้าฝ้าย คือเนื้อผ้านุ่ม มันเงา สามารถระบายความร้อนได้  แต่ก็ยังไม่สามารถสู้ผ้าฝ้ายได้ ส่วนมากคนจะนิยมมาใช้ทดแทนเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าฝ้าย เพื่อลดต้นทุนการผลิต ราคาจึงถูกกว่า

แจ็คเก็ตยีนส์ใส่กับอะไรดี เพิ่มลุคให้ดูเท่

แจ็คเก็ตยีนส์ใส่กับอะไรดี เพิ่มลุคให้ดูเท่

ถ้าหากพูดถึงอะไรที่เกี่ยวกับยีนส์ ไอเทมนี้คงเป็นไอเทมที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึงอย่างแน่นอน นั่นก็คือ “แจ็คเก็ตยีนส์” หรือเรียกอีกอย่างว่า แจ็คเก็ตเดนิม (Denim Jacket) ที่เป็นสัญลักษณ์ของความเท่ ไอเทมที่ต้องมีสุดๆ เพราะแจ็คเก็ตยีนส์ใส่กับอะไรก็ดูดี หยิบมาใส่ได้ง่ายมาก สามารถเปลี่ยนลุคเรียบๆ คลาสสิค ธรรมดา ให้เป็นลุคที่น่ามองขึ้นมาทันที และแจ็คเก็ตยีนส์ยังสามารถใส่ได้กับทุกลุคทุกสไตล์ จะฤดูไหน เทศกาลไหน หยิบมาแมทช์ได้ทันที  แจ็คเก็ตยีนส์เป็นไอเทมที่ช่วยอัพลุคของคุณให้ดูดีได้อย่างแน่นอน เพียงแค่คุณเลือกเป็น! และใครที่ไม่รู้ว่าแจ็คเก็ตยีนส์ใส่กับอะไรดี ก็ไปดูกันเล๊ย

 

วิธีเลือกแจ็คเก็ตยีนส์

1.เลือกสไตล์ที่ใช่

ควรเลือกสไตล์ของแจ็คเก็ตยีนส์ที่ดูไม่ตกยุค พูดง่ายๆ คือควรเลือกสไตล์เรียบๆ คลาสสิค ไม่ควรเลือกแจ็คเก็ตที่มีลวดลายหรือตัดเย็บแต่งเติมไอเทมอื่นๆ เพราะอาจจะทำให้หยิบแจ็คเก็ตยีนส์มาใส่ได้ไม่บ่อย และยังยากในการมิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับเสื้อผ้าชิ้นอื่นอีกด้วย

2.เลือกสีให้เหมาะสม

การเลือกสีของแจ็คเก็ตยีนส์ก็สำคัญเช่นกัน เพราะต้องเลือกให้เข้ากับการแต่งตัวของคุณแล้วคุณก็จะหยิบมาใส่ได้บ่อยๆ ถ้าหากคุณชอบการแต่งตัวสไตล์แคชชวล ชิลๆ สบายๆ คุณควรเลือกแจ็คเก็ตสียีนส์ซีดๆ หรือสีขาว แต่ถ้าคุณต้องการแต่งตัวในลุคสมาร์ท เท่ๆ แจ็คเก็ตสียีนส์เข้มหรือสีดำก็ดูเข้ากับคุณที่สุด

3.เลือกไซส์ให้พอดี

สำหรับเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ ออกมาหลายแบบหลายสไตล์มาก บางตัวก็เป็นทรง Oversize ที่ไม่พอดีตัว ฉะนั้นเวลาเลือกคุณควรเลือกให้กระชับกับรูปร่างของคุณ เมื่อเวลาคุณเลือกซื้อควรสวมเสื้อแจ็คเก็ตแล้วติดกระดุมก่อน และขอบปลายเสื้อต้องพอดีหรือเลยลงมาเพียงเล็กน้อยกับกางเกงที่คุณใส่

 

ไอเดียแจ็คเก็ตยีนส์ใส่กับอะไรดี

 

ลุคสตรีท (STREET LOOK)

สไตล์การแต่งตัวที่มาแรงสุดๆ สำหรับลุคการแต่งตัวแนวสตรีท ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก การแต่งตัวที่ชิค เก๋ ไม่เหมือนใคร อาจจะแมทช์ลุคข้างในด้วยชุดเรียบๆ หรือชุดที่มีสีสันสักนิดแล้วสวมทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์ ส่วนพร็อพก็ต้องจัดเต็ม ห้ามยอมใครเด็ดขาด!!

ลุคสมาร์ทแคชชวล (SMART CASUAL LOOK)

แนวการแต่งตัวแบบเรียบ คลาสสิค แอบแฝงความเท่ด้วยแจ็คเก็ตยีนส์ ที่สามารถแมทช์ลุคง่ายๆ ในสไตล์ที่ใช่คุณ เพียงแค่แมทช์แจ็คเก็ตกับเสื้อยืดกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบเท่ๆ สักคู่ ก็ดูดีได้แล้ว การแต่งตัวสมาร์ทแคชชวลเป็นการแต่งตัวที่ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องคิดเยอะเท่าไหร่นัก

ลุคทำงาน (WORKING LOOK)

ถ้าหากพูดถึงวันไปทำงาน หลายคนอาจจะเบื่อกับการที่ต้องใส่เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโลไปทำงานอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าหากคุณอยากเปลี่ยนลุคล่ะ! ก็อย่าลืมที่จะหยิบแจ็คเก็ตยีนส์สวมทับไปด้วย เพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้ลุคของคุณดูดี เท่ขึ้นเป็นกองเลยล่ะ

ลุคไบค์เกอร์ (BIKER LOOK)

ถ้าพูดถึงความเท่แล้ว หลายคนจะต้องนึกถึงชาวไบค์เกอร์อย่างแน่นอน คนอะไรจะแต่งตัวเท่ได้ขนาดนี้! แต่ทุกครั้งที่เรามองชาวไบค์เกอร์แต่งตัว ไอเทมที่เรามักจะเห็นอยู่บ่อยๆ ก็คือแจ็คเก็ตยีนส์คู่ใจของชาวไบค์เกอร์สักตัวกับรองเท้าหนัง ที่มองก็รู้แล้วว่า “นี่แหละ ไบค์เกอร์ตัวจริง!!”

ลุคชิล (CHILL LOOK)

สำหรับการแต่งตัวในลุคชิลๆ ที่ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวทะเลหรือว่าจะเที่ยวอยู่ในเมือง ลุคของคุณก็ต้องดูดีเสมอใช่ไหมล่ะ เพียงแค่คุณเล่นเลเยอร์ก็ดูโดดเด่นขึ้นมาทันตาเห็นแล้ว แมทช์แจ็คเก็ตยีนส์กับกางเกงขาสั้น ไม่ว่าจะเลือกกางเกงยีนส์หรือกางเกงผ้าชิคๆ สักตัว ลุคง่ายๆ ที่ถึงจะชิลแต่ก็เป๊ะ!!

ดูกันไปแล้วใช่ไหมกับไอเดียแจ็คเก็ตยีนส์ใส่กับอะไรดี มาอัพลุคของคุณให้ดูดีได้ง่ายๆ ด้วยไอเทมแจ็คเก็ตยีนส์ที่คุณควรมีจริงๆ เพราะแจ็คเก็ตยีนส์น่ะ สารพัดประโยชน์มาก ไม่ว่าจะกันแดด กันหนาว เอาไว้เพิ่มความเท่ หรือคิดอะไรไม่ออกก็หยิบมาใส่แล้วออกจากบ้านได้เลย ตอบโจทย์ให้กับทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ แจ็คเก็ตยีนส์เป็นไอเทมที่เอาไปแมทช์กับการแต่งตัวแล้วก็ยังดูสบายๆ ชิคๆ ไม่เวอร์ สามารถใส่ได้ทุกซีซั่น เมื่อรู้วิธีการเลือกแจ็คเก็ตยีนส์และไอเดียเก๋แล้ว ถ้าใครยังไม่มีเนี่ย ต้องไปซื้อได้แล้ว จะสั่งซื้อออนไลน์หรือออกไปซื้อที่ห้างใกล้บ้าน ก็รีบไปเลย เดี๋ยวนี้ซื้อได้สะดวกสบายมาก

 

จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา ความปลอดภัยต้องมี Tip’s For Trip

จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา ความปลอดภัยต้องมี Tip’s For Trip

จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา แต่จะดีอย่างเดียวไม่ได้ ฟังค์ชั่นต้องมี ความปลอดภัยต้องครบ

 

จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา ความปลอดภัยต้องมี Tip's For Trip

 

เข้าสู่หน้าฝนอย่างเต็มตัว มันคือช่วงเวลาที่ใช่สำหรับการ บอกลาเจ้านาย เขียนใบลาพักร้อนแล้วจับ Biker คู่ใจ ออกทริปยาวๆ สัก ทริป แต่ต้องเตรียมชุด และเสื้อผ้าแบบไหน มาดูกัน

 

ชุดที่ต้องใช้ออกทริป…..มันต้องใส่สบาย แต่ต้องปลอดภัยด้วยนะ นี่ถ้าได้ แจ็คเก็ตยีนส์ สวยๆ กางเกงยีนส์เท่ๆ แบบนี้ ถึงไหนถึงกัน แล้วเลือกยังไง ตามมาคะ เรามีคำแนะนำดีๆมาฝาก

 

แจ็คเก็ต ควรเลือกแบบพอดีตัวไม่หลวม จะได้ไม่ต้านลม เวลานั่งแล้วจะรู้สึกมั่นใจขึ้นด้วยเวลานั่งรถ แล้วถ้ายิ่งแจ็คเก็ตตัวนั้นมีฟังค์ชั่น ความปลอดภัย เช่น การเสริม เส้นใย KEVLAR เสริมในจุดต่างอย่างที่ ข้อศอกใส่เข้ามาด้วยนะ มันจะดีงามมากเลยทีเดียว

จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา ความปลอดภัยต้องมี Tip's For Trip

 

กางเกงยีนส์ เลือกใส่แบบยีนส์ยืดๆ จะสบายมาก “ประสบการณ์ส่วนตัว เคยมาแล้ว T_T ลองใส่ผ้าไม่ยืด แล้วนั่งนานๆจะรู้สึกรัดช่วงเข่ามากกก ลงมาเดี๋ยวปวดเข่าแทบเดินไม่ได้เลยทีเดียว” แต่อ่ะๆ แต่จะดูยังไงว่ายีนส์นั้น ยืดไม่ยืดหน่ะหรอ ให้หาคำว่า LYCRA เลยคะ ยิ่ง% เยอะ ยิ่งยืด แล้วยิ่งถ้ายีนส์ตัวนั้นช่วย ความแข็งแรงทนทานในจุดต่างๆ เช่น หัวเข่า ต้นขาด้านนอก ยิ่งดี เพราะมันจะทนต่อการเสียดสี และลื่นไถลหากเกิด อุบัติเหตุ….Safe ไว้ก่อนจะดีกว่านะ

จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา ความปลอดภัยต้องมี Tip's For Trip

รองเท้า ก็ถ้าจะเอาแบบจริงจัง ก็เลือกซื้อแบบรองเท้าเซฟตี้ แต่ก็จะมีราคาที่สูงมาก แต่ถ้า งบจำกัดไม่ซีเรียสมาก ก็ใส่รองเท้าผ้าใบไปก่อนก็ได้นะ เอาให้ปิดเท้าให้หมดเป็นพอ กันเศษหินหรืออะไรกระเด็นมา เดี๋ยวนี้สวยๆ ราคาไม่แพง เพี้ยบ ลองเลือกดูนะ

จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา ความปลอดภัยต้องมี Tip's For Trip

หมวกกันน็อค ต้องเลือกแบบพอดีศีรษะ อย่าหลวม เพราะเวลาขับรถลมแรง หมวกจะส่ายได้ แล้วก็อย่าคับบีบรัดหัวจนเกินไปเพราะเดี๋ยวมันจะพาลปวดหัว แล้ว จะกลายเป็นทริปคนป่วยเอาซะ 555+ แต่ส่วนตัวแล้ว ชอบแบบเต็มใบ ปิดคาง  จะช่วยเซฟศีรษะเราได้มากที่สุดนะ

 

จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา ความปลอดภัยต้องมี Tip's For Trip
จะออกทริปทั้งที ชุดดีๆ ก็ต้องมา ความปลอดภัยต้องมี Tip's For Trip

สุดท้าย ก็ Accessories ต่างๆ เพิ่อเสริมความปลอดภัย เช่น ถุงมือ สนับศอก สนับเข่า ยิ่งถ้าไปเป็นคู่ บูทูธติดหมวก ช่วยได้เยอะนะ นั่งนานๆไม่มีอะไรทำอาจเบื่อได้ เอาไว้คุยกันระหว่างเดินทางแก้เหงา อีกอย่างปลอดภัยขึ้นนะครับ มีอะไรจะได้บอกกันได้ ตา 2 คู่ย่อมดีกว่าคู่เดียว เน๊อะ ว่าม่ะ

 

เอาละตอนนี้แต่งตัวเต็มสูตรล่ะ ไปสตาร์ทรถออกทริปดีกว่า….แล้วเดี๋ยวเจอกันใหม่ครั้งหน้าคะ ^_^”

ขาม้า ฆ่าไม่ตาย Bootcut Never Die!!

ขาม้า ฆ่าไม่ตาย Bootcut Never Die!!

Skinny หลบไป เทรนด์กางเกงยีนส์ ขาม้ากำลังมา

ขาม้า ฆ่าไม่ตาย Bootcut Never Die!!

แน่นอนว่าเจอกันแบบนี้ต้องมีอะไรมาฝากกันอยู่แล้ว เอาล่ะเพื่อไม่ให้เสียเวลามาดูไอเดียแฟชั่น “กางเกงขาม้า“ กันดีกว่าอีกทางเลือกหนึ่งของสาวๆที่อยากดูสูง และอยากให้ขายาวแต่ก่อนอื่น เพื่อนๆอาจสงสัยว่ากางเกงขาม้าคือ อะไร? แอดมินมีคำตอบค่ะ

“กางเกงยีนส์ขาม้า” ที่เรียกว่า Boot-Cut Jeans ได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อช่วงปี 60’s ถึงต้น 70’s ซึ่งก็เหมือนกับชื่อก็คือช่วงต้นขา และสะโพกจะค่อนข้างพอดีตัว แต่เลยช่วงเข่าลงไปขาก็จะบานออกเล็กน้อยเพื่อให้สวมใส่รองเท้าบูทได้ง่ายขึ้นนั้นเอง รู้จักกางเกงยีนส์ขาม้ากันแล้ว จะแต่ง ตัวยังไงให้เข้ากับ สไลต์ Hippie กันดีน๊า วันนี้ มีมาแนะนำ 5 ลุค mix and match ใส่ได้ให้เก๋ามาฝากกันคะ

MINIMAL LOOKS กางเกงขาม้า match กับเสื้อยืด

Look ง่ายๆ จะใส่กับเสื้อยืดสีพื้น ก็ได้ แนวมินิมอล เก๋ๆ ไม่ธรรมดา ยิ่งถ้าได้รองเท้าผ้าใบเท่ๆสักคู่ ก็จะดูเซอร์ๆ เท่ๆเข้าไปอีก หรือจะจัด Accessories อย่างหมวก เข็มขัด ก็ยิ่งโดนใจ

ขาม้า ฆ่าไม่ตาย Bootcut Never Die!!

FORMAL LOOKS  กางเกงขาม้า match กับเสื้อเชิ้ต

แบบนี้ถือว่าดีย์งาม ทั้งได้ความสุภาพ และยังคงความเป็นแฟชั่นเอาไว้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะใส่กับเสื้อเชิ้ตสีพื้น ก็จะได้สไตล์เรียบง่ายแบบคลาสสิค และ ยิ่งถ้าได้เสื้อลายสก็อตอีกด้วยละก็ บอกได้คำเดียวว่า เข้ากันมากๆ

ขาม้า ฆ่าไม่ตาย Bootcut Never Die!!

SMART LOOKS กางเกงขาม้า match กับเจ็คเก็ตยีนส์

ลุคนี้หนุ่มๆต้องตาค้าง สาวๆต้องกรี๊ด เพราะได้ทั้งความเท่ ความสมาร์ท เรียกได้ว่า จะจับคู่กับ แจ็คเก็ตที่เป็นยีนส์ หรือ ที่เป็นหนัง ก็เท่ และ เซ็กส์ ซี่ไม่เบาแน่นอนคะ

ขาม้า ฆ่าไม่ตาย Bootcut Never Die!!

 CHILL LOOKS กางเกงขาม้า match กับเสื้อแขนยาว

ถ้าอย่าได้สไตล์ ชิลๆ วัยรุ่นๆ ต้องแนวนี้เลยคะ หรือจะหา แว่นตากันแดดมาใส่ ก็ดูชิคๆเก๋ๆ ไปอีกแบบนะ 

ขาม้า ฆ่าไม่ตาย Bootcut Never Die!!

BOHEMIAN LOOKS กางเกงขาม้า กับสไตล์ โบฮิเมี่ยน

ลุคสุดท้าย ขาม้ากับโบฮีเมียน เซอร์ๆ แอบแฝงด้วยเสื้อลูกไม้สีขาว เซ็กซี่ ที่แมตซ์กับกางเกงสียีนส์ได้เนียนสุดๆ เติมความเก๋ด้วยรองเท้าส้นสูงทำให้ขาเรียวยาวมากขึ้น บอกได้คำเดียวว่า ครบ จบ Perfect

ขาม้า ฆ่าไม่ตาย Bootcut Never Die!!