เลือกหน้า
Denim Jacket ครีเอทลุคสาวเท่ ได้ทุกวันด้วย ‘แจ็คเก็ตยีนส์’

Denim Jacket ครีเอทลุคสาวเท่ ได้ทุกวันด้วย ‘แจ็คเก็ตยีนส์’

Denim Jacket หรือ ‘แจ็คเก็ตยีนส์’ แฟชั่นไอเทมฮิตสุดเก๋ ที่ไม่ว่าจะเป็นสาวยุคไหนก็มักจะเลือกหยิบมาแมตช์เสริมลุคเท่กันอยู่เสมอ ด้วยแฟชั่นของเดนิมที่เป็นเอกลักษณ์ สวมใส่เท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ อีกทั้งยังเปรียบเสมือนพร็อบเสริมเสื้อผ้าช่วงบนที่ไม่ว่าคุณจะใส่เป็นเสื้อยืดสีเรียบ หรือเสื้อกล้ามบาง ๆ ก็สามารถสวมแจ็คเก็ตทับเพิ่มลุคในดูเก๋ เท่ในสไตล์ของตัวเองได้ง่าย ๆ แล้ว แต่จะต้องเลือกแจ็คเก็ตยีนส์สไตล์ไหน ถึงจะเหมาะกับลุคที่ต้องการ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน!

#แจ็คเก็ตยีนส์แขนยาว

มากันที่แจ็คเก็ตยีนส์ทรงแรก ที่เป็นทรงคลาสสิคอย่างทรงแขนยาวยอดฮิตที่เรามักจะเห็นคนเลือกมาสวมใส่กันอยู่บ่อย ๆ เพราะนอกจากจะให้ความเท่ในแบบสไตล์เดนิมแล้ว ยังเป็นทรงที่สามารถนำมาแมตช์ลุคได้ง่าย เข้ากับเสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดสีเรียบ จับคู่กับกางยีนส์ทรงสกินนี่รัดรูป และรองเท้าบูท หรือส้นสูง แค่นี้ก็ได้ลุคสาวเท่เสริมความมั่นใจได้ทุกวัน

#แจ็คเก็ตยีนส์แขนกุด

แต่ถ้าใครเป็นสายนักกีฬา หรือเป็นสาวขี้ร้อนแล้วล่ะก็ อาจเลือกเป็นแจ็คเก็ตยีนส์ทรงแขนกุด สวมใส่สบาย เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา ที่นอกจากจะได้ลุคเท่สไตล์สาว ๆ สายลุยแล้ว ยังสามารถแมตช์ได้ง่ายกับกางเกงยีนส์ทั้งทรงสกินนี่ และทรงสลิม เพิ่มความคล่องตัวด้วยรองเท้าผ้าใบหรือสลิปออนเท่ ๆ อีกสักคู่

#แจ็คเก็ตยีนส์มีฮู้ด

ปิดท้ายด้วยแจ็คเก็ตยีนส์ที่มาพร้อมฮู้ดดี้เพิ่มความเก๋ แตกต่างแบบมีสไตล์ ปรับเปลี่ยนลุคได้ตามฟังก์ชั่นการใช้งาน สำหรับวันไหนถ้าอยากได้ลุคชิลดูคล่องตัวก็สามารถใส่แมตช์คู่กับกางเกงยีนส์ทรงหลวมอย่างทรงกระบอกขาตรง (Straight) หรือเป็นทรงสลิม จับคู่กับรองเท้าผ้าใบหรือสลิปออน แต่ถ้าอยากเพิ่มลุคเท่ เพิ่มความมั่นใจก็สามารถถอดฮู้ดเป็นแจ็คเก็ตยีนส์แขนยาวทรงปกติ แมตช์กับกางยีนส์ทรงสกินนี่รัดรูป และรองเท้าบูท เลือกแมตช์ได้ไม่มีซ้ำ

สามารถไปช้อปได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

รวมไอเดียแมตช์ 4 ลุค พาแม่เที่ยวไปกับแฟชั่นไอเทมสีฟ้า

รวมไอเดียแมตช์ 4 ลุค พาแม่เที่ยวไปกับแฟชั่นไอเทมสีฟ้า

เข้าสู่ช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี หลายคนคงเริ่มนึกถึงช่วงบรรยากาศของวันหยุดยาว กลิ่นของดอกมะลิ และช่วงเวลาแห่งความสุขของคู่แม่ลูกที่จะได้ใช้ช่วงเวลาแสนพิเศษไปด้วยกัน แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของ วันแม่ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือไอเทมสีฟ้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ถ้าแม่ลูกคู่ไหนใส่คู่กัน บอกเลยว่าน่ารักสุด ๆ วันนี้เราเลย รวมไอเดียแมตช์ลุคด้วย ‘ไอเทมสีฟ้า’ ใส่คู่รับวันแม่ รับรองว่าแมตช์ตามแล้วออกมาดูดีทุกลุค!

#Chilling Look ลุคคู่สวมใส่สบาย

มาเริ่มกันที่ลุคแรกสวมใส่สบายแบบเป็นคู่ในวันหยุดกันทั้งคุณแม่คุณลูก กับเสื้อยืดสีฟ้าที่หาใส่ได้ไม่ยาก แถมยังมีเฉดสีให้เลือกได้หลายระดับ จะสดใสแบบสุด ๆ ด้วยโทนสีฟ้าเข้ม หรือจะเป็นลุคมินิมอลดูซอร์ฟก็อาจเลือกเป็นโทนสีฟ้าอ่อนก็ได้เหมือนกัน แมตช์ง่ายด้วยกางเกงขาสั้นหรือจะเป็นกางขากว้างสียีนส์ก็ใส่สบายได้ลุคดูดีไม่แพ้กัน เพิ่มไอเทมชิล ๆ อีกสักนิดด้วยหมวกแก็ปและรองเท้าแตะ แค่นี้ก็ได้ลุคคู่ชิลแบบไม่ต้องกลัวอากาศร้อนได้ง่าย ๆ แล้ว

#Casual Look ดูดีได้ทั้งคุณแม่และคุณลูก

มาต่อกันกับลุคถัดมาที่เพิ่มความเป็นทางการขึ้นมาสักนิด แต่ยังคงความใส่สบายเหมาะสำหรับวันหยุดเช่นกัน สำหรับคู่แม่ลูกที่อาจใส่ไปเดินห้างสรรพสินค้า หรือเดินเที่ยวเล่นถ่ายรูป ลองเปลี่ยนจากเสื้อยืดมาเป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้า แมตช์คู่กับกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือจะเลือกเป็นชุดเดรสสีฟ้าเนื้อผ้าคอตตอนที่ถึงแม้จะให้ลุคดูเรียบร้อยแต่ยังคงความสวมใส่สบาย เหมาะสำหรับวันหยุดสบาย ๆ แมตช์คู่กับรองเท้าผ้าใบหรือสลิปออนสักคู่ ก็ให้ลุคน่ารัก ใส่สบายคล่องตัวได้ทั้งคุณแม่และคุณลูก

#Resort Look เพิ่มความคูล ดูเท่ไม่เหมือนใคร

อีกหนึ่งลุคสำหรับคุณแม่หัวใจวัยทีน ที่รับรองว่าลุคนี้ใส่แล้วดูเด็กลงไปถึงสิบปีอย่างแน่นอนสำหรับเชิ้ตฮาวายสีฟ้าอ่อน เนื้อผ้าเรยอน ที่นอกจากจะสวมใส่สบายเหมาะกับวันหยุดชิล ๆ แล้ว ยังแมตช์ง่ายได้กับสารพัดไอเทมไม่ว่าจะเป็นกางสแล็คสีอ่อน หรือจะเป็นกางเกงขาสั้น เพิ่มไอเทมด้วยหมวกปีกกว้าง รองเท้าแตะ รัดส้น สลิปออน หรือผ้าใบอีกสักคู่ พร้อมถ่ายรูปแบบชิค ๆ ได้ทุกที่

#Denim Look ลุคพร้อมลุย มั่นใจทุกสถานการณ์

ปิดท้ายด้วยลุคทะมัดทะแมง สำหรับคู่แม่ลูกสายลุยที่ชื่นชอบการใส่เดนิม กับลุค Denim On Denim ที่อาจจะไม่ได้โทนสีฟ้าตามสไตล์วันแม่มาก แต่ก็เป็นเฉดสีที่ไม่ได้หลุดธีมไปมากสักเท่าไหร่ โดยอาจะเลือกเป็นเสื้อยืดสีฟ้าด้านในสวมทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์เท่ ๆ แมตช์คู่กับกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่หรือกระบอกเล็กเพื่อความเท่ แต่ยังสวมใส่สบาย เพิ่มไอเทมให้เดนิมสุด ๆ ด้วยหมวกแก็ปยีนส์ และรองเท้าผ้าใบสียีนส์ แค่นี้ก็พร้อมลุยคู่กันได้ทุกสถานการณ์


สามารถไปช้อปได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

7 Colors เคล็ดลับเลือกใส่โทนสีเสื้อผ้าอย่างไร ให้เหมาะกับตัวคุณ

7 Colors เคล็ดลับเลือกใส่โทนสีเสื้อผ้าอย่างไร ให้เหมาะกับตัวคุณ

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คิดไม่ตกของใครหลายคน สำหรับการเลือกโทนสีเสื้อผ้าในแต่ละวัน ที่บางครั้งก็นึกไม่ออกว่าสีไหนถึงจะเหมาะกับลุคของเราในแต่ละวัน อีกทั้งแต่ละโทนสีนอกจากจะให้ความสวยงามในแบบที่แตกต่างกันออกไปแล้ว ยังมีความหมายและช่วยสื่ออารมณ์ของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย วันนี้แม็คยีนส์เลยจะมาแนะนำ 7 โทนสีเสื้อผ้า เลือกใส่อย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณ ที่รับรองว่าได้ลุคออกมาดูดีพร้อมลุยในทุกสถานการณ์อย่างแน่นอน!

เสื้อผ้าสีแดง
เสื้อผ้าสีแดง

สีแดง เพิ่มความมั่นใจแบบเกินร้อย

เริ่มกันที่โทนสีแรก แน่นอนว่าใครที่เลือกหยิบเสื้อผ้าโทนสีนี้มาสวมใส่แล้วจะต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจ และต้องการโดดเด่นในสายตาผู้อื่นแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นโทนสีที่ให้ความร้อนแรงชวนฮ็อตแล้ว ยังเป็นสีที่ช่วยเสริมพลังให้ทั้งตัวคนใส่และคนรอบข้างอีกด้วย เหมาะสำหรับวันที่ต้องการเอเนอร์จี้ในการทำงาน หรืองานที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจ อย่างงานพิธีกร นำเสนองานให้เจ้านายหรือลูกค้า ที่รับรองโทนสีนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เกินร้อย!

เสื้อผ้าสีเหลือง
เสื้อผ้าสีเหลือง

สีเหลือง เป็นมิตรเสริมสร้างจินตนาการ

มาต่อกันที่โทนสีสดใสที่หลายคนอาจเลือกมาใส่เพื่อเพิ่มความมั่นใจ แม้จะไม่ได้ร้อนแรงเท่ากับสีแดง แต่ยังคงมีความสดใส พร้อมเพิ่มความมั่นใจได้ไม่แพ้กัน อีกทั้งยังเป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร เสริมสร้างจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับวันทำงานที่ต้องการความมั่นใจ หรือวันหยุดสบาย ๆ ที่ต้องการพลังในการทำกิจกรรม

เสื้อผ้าสีเขียว
เสื้อผ้าสีเขียว

สีเขียว ให้ความสงบช่วยสร้างสมดุล

ถ้าคุณกำลังมองหาโทนสีที่สบายตา และให้ความรู้สึกสงบ เสื้อผ้าโทนสีเขียวถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยล่ะ ด้วยโทนสีที่ชวนให้นึกถึงความเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สมดุล ร่มเย็น และการฟื้นฟู ช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้กับผู้สวมใส่ อีกทั้งยังเป็นโทนสีที่มีความหมายถึงการเจริญงอกงาม เหมาะสำหรับการสวมใส่ในวันที่ต้องการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ อย่างการสมัครเรียน สอบเข้า หรือสถานการณ์ที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้คนอื่น

เสื้อผ้าสีกรมท่า
เสื้อผ้าสีฟ้า

สีน้ำเงิน/ฟ้า สุขุมเป็นทางการ

โทนสีที่ให้ความสุขุม สงบเยือกเย็น สื่อถึงความหนักแน่น ดูน่าเชื่อถือ ช่วยเพิ่มความเป็นทางการได้เป็นอย่างดี แต่ยังให้ความเป็นมิตรและความผ่อนคลายชวนสงบด้วยเช่นกัน โดยโทนสี้นี้ยังให้อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามระดับความเข้มของสีอีกด้วย อย่างถ้าเลือกเป็นโทนสีน้ำเงินเข้มก็จะเพิ่มความสุขุม ดูเป็นทางการ เหมาะสำหรับการออกงาน หรือทำกิจกรรมที่เป็นที่จับตามองของคนอื่น แต่ถ้าเป็นสีโทนอ่อนอย่างสีฟ้าจะให้ความรู้สึกสดใส เป็นมิตรมากกว่า สามารถเลือกสวมใส่ได้ในทุกวันสบาย ๆ

เสื้อผ้าสีดำ
เสื้อผ้าสีดำ

สีดำ เรียบหรู ดูหนักแน่น

มาถึงโทนสีเบสิคที่หลายคนมักจะเลือกมาสวมใส่กันเป็นประจำอย่างโทนสีดำ ที่แม้จะเป็นสีเรียบ ๆ แต่เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเข้มแข็ง หนักแน่นช่วยเสริมพลังและอำนาจ พร้อมด้วยเสน่ห์ลึกลับดูน่าค้นหา ทำให้โทนสีนี้ถือเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ของผู้คนเวลาออกงานเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะงานทางการที่ไอเทมสีดำจะช่วยเพิ่มความสุภาพ หรู ดูแพงให้กับลุคของคุณได้เป็นอย่างดี หรือถ้าเป็นวันชิล ๆ ทั่วไปไอเทมสีดำง่าย ๆ อย่างเสื้อยืดยังให้ลุคที่ดูเท่เพิ่มความมั่นใจได้เช่นกัน

เสื้อผ้าสีส้ม
เสื้อผ้าสีส้ม

สีส้ม เพิ่มพลังบวก ให้ความเป็นอิสระ

ต่อกันที่โทนสีสดใส ที่สามารถเลือกหยิบมาใส่ได้บ่อย ๆ อย่างโทนสีส้ม ที่นอกจากจะให้ความสดใสและพลังงานบวกแล้ว ยังเป็นสีที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ อบอุ่น อิสระ และกระตือรือร้น ถ้าวันไหนที่รู้สึกว่าไม่มีไฟ หรือต้องการเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับตัวเองแล้วล่ะก็ ไอเทมสีส้มถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ!

เสื้อผ้าสีขาว
เสื้อผ้าสีขาว

สีขาว บริสุทธิ์อ่อนโยน

ปิดท้ายด้วยโทนสีเบสิคที่หลายคนต้องมีติดตู้เสื้อผ้ากันอย่างแน่นอน กับโทนสีขาว ที่ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ อ่อนโยน และไร้เดียงสา อีกความหมายหนึ่งคือความสมดุล และความสามัคคี ด้วยโทนสีที่ดูสบายตาและมีความหมายเชิงบวก เสื้อผ้าโทนนี้จึงมักเหมาะหยิบมาสวมใส่ได้ในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะวันที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ ติดต่อเจรจา เสื้อผ้าโทนสีขาวถือว่าเหมาะสุด ๆ

สามารถไปช้อปได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

TIPS & TRICKS รวมเคล็ดลับเลือกไอเทม ‘แต่งตัวเพิ่มความสูง’

TIPS & TRICKS รวมเคล็ดลับเลือกไอเทม ‘แต่งตัวเพิ่มความสูง’

TIPS & TRICKS รวมเคล็ดลับเลือกไอเทม ‘แต่งตัวเพิ่มความสูง’

เรียกได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของหนุ่มสาวร่างเล็กเลยก็ว่าได้ กับการเลือกเสื้อผ้าออกไปข้างนอกในแต่ละครั้ง เพราะถ้าหากไม่เลือกแมตช์ให้ดี อาจทำให้ร่างกายของเราดูไม่สมส่วนและยิ่งดูตัวเล็กลงเข้าไปอีก วันนี้แม็คยีนส์เลยรวมเคล็ดลับในการเลือกไอเทมไว้แต่งตัวเพิ่มความสูง ที่รับรองว่าได้ลุคออกมาดูสูงโปร่ง ดูดี พร้อมออกไปเที่ยวได้อย่างมั่นใจแน่นอน

เสื้อแจ็คเก็ตยีนส์
เสื้อยืด
เสื้อยืด
เสื้อยืด

#เลือกเสื้อผ้าให้พอดีตัว

เคล็ดลับแรกที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญหลักของการแมตช์ลุคให้ดูสูงเพรียว ก็คือการเลือกเสื้อผ้าให้เสริมรูปร่างของเราให้ดูสมส่วนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเสื้อควรมีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ถ้าให้ดีอาจเลือกเป็นแบบฟิตพอดีตัว เพราะจะทำให้รูปร่างท่อนบนของเราดูสมส่วน กระชับเข้ากับตัว ถ้าเป็นเสื้อแจ็คเก็ตหรือเชิ้ตก็ไม่ควรปล่อยให้ชายเสื้อยาวจนเกินไป ที่สำคัญควรเลี่ยงการใส่เสื้อ Oversize เพราะจะทำให้ช่วงขาของเราดูสั้นลงได้

กางเกงยีนส์
กางเกงยีนส์
กางเกงยีนส์
กางเกงยีนส์

นอกจากเสื้อแล้วกางเกงก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่หากเลือกให้เหมาะสมก็จะช่วยเสริมรูปร่างของเราให้ดูสูงเพรียวได้ โดยอาจเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรง Skinny เดฟรัดรูปเพื่อเพิ่มสรีระช่วงขาให้ดูยาวขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่ถ้าใครไม่ชอบทรงที่รัดรูปมากเกินไปอาจะเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรง Slim ที่มีความหลวมขึ้นมาเล็กน้อยแทน แม้จะไม่ได้รัดรูปเท่าแต่ก็ยังคงช่วยเพิ่มความยาวให้กับเรียวขาของเราได้เหมือนกัน

เสื้อฮาวาย
เสื้อเชิ้ตลายทาง
เสื้อฮู้ดดี้
เสื้อฮู้ดดี้

#โทนสีและลายทางช่วยพรางสายตาให้ดูเพรียว

นอกจากเรื่องของขนาดและทรงของเสื้อผ้าแล้ว ลวดลายและโทนสีก็มีส่วนช่วยให้ลุคของเราออกมาดูสูงเพรียวได้เช่นกัน อย่างลายทางที่สามารถช่วยพรางสายตา แต่ต้องเป็นลายทางตรงแนวตั้งหรือลายสก็อตที่เท่านั้นนะ เพราะถ้าเป็นลายทางแบบขวางอาจให้ผลลัพธ์ตรงข้าม ทำให้ออกมาดูเทอะทะกว่าเดิมไปอีก หรือถ้าใครไม่ชอบเสื้อผ้าที่มีลายเยอะ ๆ ก็อาจใช้วิธีคุมโทนสีแทน โดยเลือกให้เสื้อผ้าท่อนบนและท่อนล่างเป็นโทนสีใกล้เคียงกันเพื่อพรางสายตาไม่ให้โฟกัสท่อนบ่อนหรือท่อนล่างชัดเจนจนเกินไป

หมวกแก็ป
หมวกแก็ป
หมวกแก็ป
หมวกแก็ป

#ใช้ไอเทมช่วยดึงดูดความสนใจ

อีกหนึ่งตัวช่วยที่หลาย ๆ คนอาจมองข้ามหรือนึกไม่ถึงกับแอกเซสเซอรี่ส่วนบนที่จะช่วยดึงสายตาคนมองให้เปลี่ยนมาโฟกัสมากกว่ารูปร่างท่อนล่างอย่างหมวกเท่ ๆ หรือแว่นตาทรงเก๋ แต่ควรมีแต่พอดีนะ อย่ามากจนเกินไป เพราะแทนที่จะช่วยดึงดูดสายตาจะทำให้ลุคของเราออกมาดูหนัก และเทอะทะเกินไปแทน

รองเท้าผ้าใบ
รองเท้าผ้าใบ
รองเท้าผ้าใบ
รองเท้าสลิปออน

#อย่าลืมรองเท้าเพิ่มความสูง

เคล็ดลับสุดท้ายที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเสริมเพิ่มความสูงของเราได้ง่าย ๆ กับรองเท้าที่ควรเลือกแบบมีส้นหรือพื้นรองเท้าที่ค่อนข้างหนา แต่ก็ไม่ควรให้หนาจนเกินไปเพราะอาจทำลุคของเราออกมาดูเทอะทะไม่สมส่วน รวมไปถึงทรงของรองเท้าควรกระชับและเข้ากับรูปของเท้าไม่ใหญ่ดูหลวมจนเกินไป แค่นี้ก็ได้ลุคเท่พร้อมเพิ่มความสูงแบบง่าย ๆ แล้ว

ใครยังไม่มีไอเทมชิ้นไหน รีบไปช้อปกันได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

รู้จัก 6 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้หญิง’ พร้อมเทคนิคเลือกใส่อย่างไรให้ดูดี

รู้จัก 6 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้หญิง’ พร้อมเทคนิคเลือกใส่อย่างไรให้ดูดี


‘กางเกงยีนส์’ แฟชั่นสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ยังคงเป็นที่นิยมมาโดยตลอด ถือเป็นไอเทมยอดฮิตที่ทั้งผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถหยิบมาใส่แมตช์คู่กับไอเทมอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ของเหล่าสาว ๆ ที่ปัจจุบันมีทรงให้เลือกใส่หลากหลายแบบ แต่ต้องเลือกเป็นทรงแบบไหน ถึงจะเหมาะกับรูปร่าง วันนี้แม็คยีนส์จะชวนทุกคนไปรู้จักกับ 6 ทรงกางเกงยีนส์ผู้หญิง พร้อมเทคนิคการเลือกใส่ที่รับรองว่าได้ลุคออกมาดูดีอย่างแน่นอน!

Straight Jeans – กางเกงยีนส์ทรงขาตรง

มากันที่กางเกงยีนส์ทรงแรกที่เป็นทรงแบบเรียบง่ายที่สุดอย่าง Straight Jeans หรือกางเกงยีนส์ขากระบอกทรงตรง ซึ่งเป็นทรงเบสิคที่สวมใส่ง่าย ใส่สบาย ไม่รัดรูป สามารถนำมาแมตช์ได้ง่ายกับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ อีกทั้งยังเป็นทรงที่ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหนก็สามารถเลือกหยิบมาใส่ได้ไม่ยาก แถมยังให้ลุคดูทะมัดทะแมง คลาสสิคในแบบออริจินัลของยีนส์ จะใส่คู่กับเสื้อยืด เบลเซอร์ หรือจะสเวตเตอร์ ก็ดูเท่ได้ไม่มีเบื่อ

Skinny Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่

ต่อกันที่อีกทรงยอดฮิตของเหล่าสาว ๆ กับ Skinny Jeans กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือกางเกงยีนส์ขาเดฟ ที่เป็นทรงกางเกงแบบเข้ารูปสำหรับคนที่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ด้วยจุดเด่นของทรงนี้อยู่ที่ตัวกางเกงจะฟิตพอดีตัวตั้งแต่ช่วงต้นขาจรดถึงปลาย ช่วยเพิ่มความเรียวให้กับท่อนขา และยังทำให้ดูสูงขึ้นอีกด้วย ครีเอทลุคเพิ่มความเปรี้ยวได้ง่าย ๆ ด้วยเสื้อเข้ารูป เบลเซอร์ และรองเท้าส้นสูงสักคู่ แค่นี้ก็ดูโดดเด่นดึงดูดทุกสายตาแล้ว!

Slim Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสลิม

หลายคนอาจสงสัยว่าระหว่างกางเกงยีนส์ทรงสลิม และทรงสกินนี่แตกต่างกันอย่างไร ถ้าดูเผิน ๆ ทั้งสองทรงนี้แทบจะไม่มีความแตกต่าง ยกเว้นช่วงบนเหนือเข่าที่ทรงสลิมจะไม่ได้ฟิตเท่ากับทรงสกินนี่ ทำให้สวมใส่สบายกว่าโดยเฉพาะเวลานั่ง แต่ก็ยังคงให้ความพอดีตัวเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความเพรียวให้กับเรียวขา แต่ยังอยากได้ลุคสบาย ๆ ไม่ดูเป็นทางการมากจนเกินไป แมตช์ง่ายได้หลายลุคทั้งเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต จับคู่กับรองเท้าผ้าใบหรือสลิปออน

Flared Jeansกางเกงยีนส์ทรงขาบาน

อีกหนึ่งทรงยอดฮิตของสาว ๆ ยุคนี้กับ Flared Jeans หรือกางเกงยีนส์ทรงขาบาน (ขาม้า) ที่จะมีลักษณะเข้ารูปช่วงบนคล้ายกับทรงขากระบอก แต่จะมีกลิ่นอายวินเทจด้วยปลายขาที่มีความบานกว่าปกติ ช่วยพรางเรียวขาให้ดูสมส่วน สามารถใส่ได้ทุกรูปร่าง แมตช์เข้ากับเสื้อยืด กับแจ็คเก็ตยีนส์สักตัวรับรองว่าได้ลุคดูเท่ ชิค ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

Boyfriend Jeansกางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์

สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการความแมนประหนึ่งยืมกางเกงแฟนมาใส่ก็ต้องเป็น Boyfriend Jeans หรือ กางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ กับทรงหลวม ๆ ไม่เข้ารูป ช่วงปลายแคบ สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพรางหุ่นของตัวเองให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีรูปร่างใหญ่ กางเกงทรงนี้จะช่วยให้สะโพกดูเพรียวมากยิ่งขึ้น แมตช์ได้หลายลุคจะเป็นเสื้อยืดแขนยาวแนวสตรีทคูล ๆ หรือจะจัดคู่กับเสื้อกล้ามเข้ารูปเพิ่มความเปรี้ยวก็ดูดีไม่แพ้กัน!

Boot Cut Jeans – กางเกงยีนส์ทรงบูทคัท

ปิดท้ายด้วยกางเกงยีนส์ทรงบูทคัท ที่จะค่อนข้างคล้ายกันกับทรงขาบาน แต่จะมีช่วงเข่าที่ไม่แคบมาก รวมถึงปลายขากางเกงที่ไม่กว้างเท่าเช่นกัน เป็นดีไซน์กลิ่นอายคลาสสิคที่ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ร่วมกับรองเท้าบูท แต่ถึงจะไม่มีรองเท้าบูทก็สามารถเลือกเป็นสลิปออน หรือรองเท้าผ้าใบสีเข้ม ก็สามารถแมตช์ลุคเท่ได้ไม่แพ้กัน

ถูกใจกางเกงยีนส์ทรงไหน สามารถไปช้อปได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc Jeans และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

เปิดคลัง 25 คำศัพท์น่ารู้ที่ ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ไม่ควรพลาด

เปิดคลัง 25 คำศัพท์น่ารู้ที่ ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ไม่ควรพลาด


เคยไหมเวลาจะไปซื้อ ‘กางเกงยีนส์’ สักหนึ่งตัว หรือจะหาข้อมูลเกี่ยวกับยีนส์อ่านกลับเจอแต่คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมด โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะบางคำที่ฟังแล้วดูเหมือนไม่เกี่ยวกับการเลือกซื้อยีนส์เลยสักนิด วันนี้แม็คยีนส์จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้ทุกคนเข้าใจภาษาของยีนส์กันให้มากขึ้นกับ 25 คำศัพท์ที่รับรองว่ารู้ครบทุกคำแล้ว พร้อมอัพสกิลเป็น ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ได้เลย!

#เนื้อผ้าของยีนส์

Selvedge = ริมขอบของผ้ายีนส์ ที่เป็นขอบกันลุ่ย มาจากคำว่า ‘Self-edge’ ซึ่งเป็นชื่อเรียกผ้าชนิดพิเศษ ที่ใช้เครื่องทอแบบ Shuttle Loom (เครื่องทอหน้าแคบ) ทำให้การผลิตแต่ละครั้งได้ผ้าจำนวนน้อย เป็นยีนส์ที่มีคุณภาพสูง และมีความพรีเมี่ยม

Unwashed = ยีนส์ผ้าดิบ ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการฟอกใด ๆ มีเนื้อผ้าแข็ง เมื่อใส่ไปนาน ๆ สีอินดิโก้ตะค่อย ๆ หลุดไปตามกาลเวลา มักนิยมนำมาปั้นเฟด

Slubby = ยีนส์ที่มีเนื้อสัมผัสหยาบมาก ๆ เกิดจากการทอแบบกี่กระตุก โดยใช้เส้นด้ายที่ปั่นด้วยขนาดไม่เท่ากันทั้งเส้น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผ้าชนิดนี้

Comfort Stretch = ยีนส์ที่มีส่วนผสมของเส้นใยผ้ายืดประมาณ 1- 35% สำหรับกางเกงยีนส์ทรงแคบ (Skinny) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น สวมใส่สบาย

#กระบวนการผลิตและเทคนิคการทอ

Twill = การทอผ้าแบบสลับ หรือข้ามเส้นขวางสองเส้น เพื่อป้องกันรอยย่น เป็นวิธีการทอที่นิยมที่สุดของผ้ายีนส์

Chain Stitches = การเย็บแบบลูกโซ่ ซึ่งการเย็บแบบนี้เมื่อเฟดยีนส์ไปนาน ๆ จะส่งผลให้เกิดการบิดตัวของปลายขาเหมือนรอยเชือก (Roping Effect) เป็นเอกลักษณ์ของยีนส์สไตล์วินเทจ

Warp & Weft = เทคนิคการทอผ้าที่ใช้เส้นยืนและเส้นพุ่งทอขัดกันในแนวตั้งฉาก

Sanforization = กระบวนการที่ทำให้ผ้าหดตัว โดยไม่ต้องแช่ก่อนใส่ โดยผ้าที่ผ่านกระบวนการนี้จะเรียกว่า Sanforized แต่ถ้าเป็นยีนส์ที่ผ่านกระบวนการทำให้ผ้าหดตัวแล้ว และหดลงประมาณ 5-10% เรียกว่า Unsanforized

Stonewash = การนำหินพัมมิช ซึ่งเป็นหินที่มีลักษณะหยาบและขรุขระไปปั่นร่วมกับผ้ายีนส์ในเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ ให้ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์

Crosshatch = รูปแบบของการทอ ที่ด้ายจะไขว้ตัดกันบนผิวผ้า

Enzyme Wash = เป็นกระบวนฟอกยีนส์ให้นุ่มลง โดยการย่อยสลายโมเลกุลเซลลูโลสธรรมชาติที่พบในสีย้อมคราม

Garment Dry = การย้อมสีของยีนส์ ซึ่งมีทั้งการย้อมก่อนและหลังทอ

#รายละเอียดน่ารู้

Rivet = หมุดโลหะที่เป็นเอกลักษณ์ของยีนส์ มักตอกอยู่ที่บริเวณกระเป๋าหลังและเป้าของกางเกง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับน้ำหนักในจุดรวมตะเข็บ เพิ่มความทนต่อการใช้งาน

Watch Pocket = ช่องกระเป๋าที่ออกแบบมาเพื่อใส่นาฬิกาโซ่โบราณโดยเฉพาะ เพราะในอดีตผู้ชายมักนิยมพกพานาฬิกา

Honeycomb หรือ Comb = ลวดลายเฟดที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหลังหัวเข่าของกางเกง มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง

Whiskering = ลายทางริ้วบนกางเกงยีนส์

#คอยีนส์ต้องรู้

Atari = ไม่ใช่ศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่มาจากคำพูดติดปากของคนญี่ปุ่น ที่มีความหมายว่า ‘ตรงจุด’ หรือ ‘ได้ชัยชนะ’ มักใช้เรียกกับกางเกงยีนส์ที่มีเฟดสวยงามถูกใจคนเรียกนั่นเอง

Indigo = สีย้อมสีน้ำเงินที่สกัดจากพืชตระกูลเดียวกับคราม มักนำมาใช้ย้อมสีของกางเกงยีนส์

Oz (Ounce) = ออนซ์ หรือหน่วยน้ำหนักของผ้ายีนส์ ซึ่งน้ำหนักของยีนส์ที่แตกต่างกัน จะส่งผลให้เนื้อผ้า และความแข็งแรงทนทานต่างกันออกไปด้วย

รู้คำศัพท์เกี่ยวกับยีนส์กันแล้ว อย่ารอช้ารีบไปช้อปกันได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans