เลือกหน้า
รู้จัก 4 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้ชาย’ พร้อมเทคนิกเลือกอย่างไรให้ดูดีมีสไตล์

รู้จัก 4 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้ชาย’ พร้อมเทคนิกเลือกอย่างไรให้ดูดีมีสไตล์

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ‘กางเกงยีนส์’ ก็ยังคงเป็นไอเทมที่ครองใจผู้คนมาโดยตลอด โดยเฉพาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่นับเป็นไอเทมติดตู้เสื้อผ้าที่ขาดไม่ได้เลย ด้วยเสน่ห์ของเดนิมที่ไม่ว่าจะแมตช์กับเสื้อผ้าสไตล์ใหม่ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว แต่ถ้าจะให้ได้ลุคดูเท่แบบเต็มแม็คก็ต้องเลือกทรงกางเกงยีนส์ให้เหมาะกับตัวเอง วันนี้เราเลยชวนทุกคนมารู้จักกับ 4 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้ชาย’ พร้อมเทคนิกเลือกอย่างไรให้ดูดีมีสไตล์ มาฝากทุกคนกัน

Straight Jeans – กางเกงยีนส์ทรงกระบอกขาตรง

เริ่มกันที่กางเกงยีนส์ทรงสุดคลาสสิคที่เป็นต้นฉบับแบบออริจินัลของกางเกงยีนส์ กับทรงขากระบอกตรง (Straight Jeans) ที่ถึงแม้ว่าปัจจุบันอาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับทรงอื่น ๆ แต่ก็ยังสามารถหยิบมาสวมใส่และแมตช์ได้ง่ายเสมอ เพราะไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหน ก็สามารถใส่ออกมาได้ดูดีด้วยทรงที่ไม่ฟิตหรือแนบไปกับช่วงขามากเกินไป มีความหลวมนิด ๆ ทำให้สวมใส่สบาย แมตช์กับเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืดขนาดพอดีตัว กับรองเท้าผ้าใบเท่ ๆ สักคู่ แค่นี้ก็ได้ลุคดูดีแบบง่าย ๆ ใส่ได้ทุกวัน

Skinny Jeans – กางเกงยีนส์ทรงขาเดฟ

มาต่อกันที่ทรงยอดนิยมที่ครองใจวัยรุ่นมาตลอดอย่าง กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่ากางเกงยีนส์ขาเดฟ ที่มีเอกลักษณ์ของทรงแนบชิดไปทุกสัดส่วนของเรียวขา โดยจากช่วงต้นขาไปจนถึงข้อเท้าจะมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ฟิตพอดี และถึงแม้จะเป็นทรงที่ดูเหมือนสวมใส่ได้ยาก แต่กลับเป็นทรงที่ช่วยเพิ่มความเท่ให้กับลุคสามารถหยิบมาสวมใส่ได้หลายโอกาส แมตช์กับเสื้อขนาดพอดีตัวกับรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหนัง โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ หุ่นผอมหรือสมส่วนที่มีความมั่นใจในเรียวขาและต้องการเพิ่มความสูงให้กับรูปร่าง กางเกงยีนส์ทรงนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

Slim Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสลิม

อีกหนึ่งทรงที่จะมีความคล้ายกับทรงสกินนี่ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ส่วนเข่าลงไปจะฟิตพอดีกับเรียวขา ในขณะที่ช่วงบนเหนือเข่าจะไม่ได้ฟิตมาก ทำให้กางเกงยีนส์ทรงนี้ใส่ได้พอดีตัว แต่ยังคงให้ความสวมใส่สบายไม่อึดอัดเท่ากับทรงสกินนี่นั่นเอง เป็นทรงที่เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีรูปร่างสมส่วน แถมยังช่วยเสริมให้ลุคของคุณดูสูงขึ้นได้เช่นกัน จับคู่กับเสื้อเชิ้ตเท่ ๆ กับรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าบูท แค่นี้ก็ดูดีได้ง่าย ๆ แล้ว

Tapeline Jeans – กางเกงยีนส์ทรงเทปไลน์ หรือเทเปอร์

ปิดท้ายกันด้วยอีกหนึ่งทรงที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน กับทรงที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิค สวมใส่สบาย โดยเฉพาะช่วงต้นขาที่ไม่ฟิตเท่ากับทรงสกินนี่และทรงสลิม แต่จะช่วยเพิ่มความเพรียวให้กับต้นขาด้วยช่วงขากางเกงส่วนล่างที่จะค่อย ๆ สอบลง และมีความฟิตพอดีเล็ก ๆ เหมาะกับผู้ชายเกือบทุกรูปร่าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายไซส์มินิ หรือมีรูปร่างใหญ่ก็สามารถเลือกหยิบมาสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ

สามารถไปช้อปได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

5 วิธีดูแลรองเท้าผ้าใบในช่วงหน้าฝน ให้ดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ

5 วิธีดูแลรองเท้าผ้าใบในช่วงหน้าฝน ให้ดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ

เคยไหม? เข้าหน้าฝนทีไรต้องมาคอยกังวลกับการดูแลเสื้อผ้าทุกที โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการสวมใส่ ‘รองเท้าผ้าใบ’หลายคนน่าจะเคยประสบกับปัญหากลิ่นอับชื้น หรือรองเท้าเปียกเป็นคราบสกปรกจากการเดินลุยฝนจนทำให้รองเท้าของเราดูเก่าเร็วกว่าปกติ แต่ไม่ต้องห่วง วันนี้แม็คยีนส์ มีเคล็ดลับ 5 วิธีดูแลรองเท้าผ้าใบในช่วงหน้าฝน ให้ดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ มาฝากทุกคนกัน

1 สวมใส่ถุงเท้าก่อนใส่เสมอ

วิธีแรกเชื่อว่าเป็นวิธีที่หลาย ๆ คนคงทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว กับการสวมถุงเท้าก่อนใส่รองเท้าอยู่เสมอ ๆ วิธีนี้นอกจากจะเป็นการช่วยลดการเสียดสีระหว่างฝ่าเท้าของเรากับตัวรองเท้าแล้ว ยังช่วยป้องกันและช่วยซึมซับเหงื่อจากร่างกายของเราไม่ให้สัมผัสที่ตัวรองเท้าโดยตรง ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับและแบคทีเรียได้ และถ้าเลือกลายถุงเท้าให้เข้ากับรองเท้า ยังเป็นการช่วยเสริมลุคของเราให้ดูดีขึ้นได้อีกด้วย

2 ทำความสะอาดรองเท้าอย่างพิถีพิถัน

ความสกปรกถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้รองเท้าของเรามีกลิ่นอับ และยังเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อราและแบคทีเรียอีกด้วย ดังนั้นการทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อย ด้วยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดคราบสิ่งสกปรกออกอย่างเบามือ อาจใช้แปรงสีฟันเก่าถูเบา ๆ ในบริเวณที่ผ้าเช็ดไม่ถึง และไม่ควรแช่น้ำทิ้งไว้เป็นเวลานานเพราะจะทำให้ตัวรองเท้าเสื่อมและเสียทรงเร็วขึ้น รวมไปถึงเลี่ยงการใช้สารฟอกขาวที่มีฤทธิ์ขจัดคราบรุนแรง เพราะอาจทำให้ตัวรองเท้าเสียหายได้เร็วมากขึ้นเหมือนกัน

3 ตากแดดให้ถูกวิธี

หลังจากทำความสะอาดแล้วก็ควรนำรองเท้าไปตากให้แห้งเพื่อกำจัดแบคทีเรียที่อาจยังหลงเหลือ โดยใช้กระดาษทิชชูห่อเพื่อดูดซับน้ำและไม่ให้แสงแดดสัมผัสกับผิวของรองเท้าโดยตรง เพราะอาจทำให้รองเท้าเหลืองได้ง่ายโดยเฉพาะส่วนที่เป็นยาง และไม่ควรตากแดดจัดจนเกินไป เพราะจะทำให้สีของรองเท้าของเราซีดได้ไวขึ้น ควรเลือกเป็นบริเวณที่มีแสงแดดรำไรแทนจะดีกว่า

4 เก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบ

วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยถนอมให้รองเท้าของเราให้ดูเหมือนใหม่และช่วยลดกลิ่นอับได้ก็คือการเก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบ อาจเลือกใส่เป็นกล่องเก็บรองเท้าที่มีช่องรูสำหรับระบายอากาศ โดยก่อนเก็บควรใส่ถุงกันความชื้นลงไปในกล่องด้วยเพื่อดูดซับความชื้นและป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย

5 ทางเลือกใหม่ รองเท้าผ้าใบแอนติแบคทีเรีย

แต่ถ้าใครรู้สึกว่าการดูแลรองเท้าแบบพิถีพิถันดูยุ่งยาก หรือไม่มีเวลามาดูแลแบบละเอียด อาจะเลือกซื้อเป็นรองเท้าผ้าใบชนิดแอนติแบคทีเรีย ที่ทำมาจากผ้าแคนวาส เคลือบสารกันละอองน้ำ ทำให้น้ำซึมเข้าผิวรองเท้าได้ยาก อีกทั้งยังเคลือบสารป้องกันแบคทีเรียด้านในรองเท้า ช่วยลดกลิ่นอับได้เป็นอย่างดี

สามารถไปช้อปได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

7 Colors เคล็ดลับเลือกใส่โทนสีเสื้อผ้าอย่างไร ให้เหมาะกับตัวคุณ

7 Colors เคล็ดลับเลือกใส่โทนสีเสื้อผ้าอย่างไร ให้เหมาะกับตัวคุณ

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คิดไม่ตกของใครหลายคน สำหรับการเลือกโทนสีเสื้อผ้าในแต่ละวัน ที่บางครั้งก็นึกไม่ออกว่าสีไหนถึงจะเหมาะกับลุคของเราในแต่ละวัน อีกทั้งแต่ละโทนสีนอกจากจะให้ความสวยงามในแบบที่แตกต่างกันออกไปแล้ว ยังมีความหมายและช่วยสื่ออารมณ์ของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย วันนี้แม็คยีนส์เลยจะมาแนะนำ 7 โทนสีเสื้อผ้า เลือกใส่อย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณ ที่รับรองว่าได้ลุคออกมาดูดีพร้อมลุยในทุกสถานการณ์อย่างแน่นอน!

เสื้อผ้าสีแดง
เสื้อผ้าสีแดง

สีแดง เพิ่มความมั่นใจแบบเกินร้อย

เริ่มกันที่โทนสีแรก แน่นอนว่าใครที่เลือกหยิบเสื้อผ้าโทนสีนี้มาสวมใส่แล้วจะต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจ และต้องการโดดเด่นในสายตาผู้อื่นแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นโทนสีที่ให้ความร้อนแรงชวนฮ็อตแล้ว ยังเป็นสีที่ช่วยเสริมพลังให้ทั้งตัวคนใส่และคนรอบข้างอีกด้วย เหมาะสำหรับวันที่ต้องการเอเนอร์จี้ในการทำงาน หรืองานที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจ อย่างงานพิธีกร นำเสนองานให้เจ้านายหรือลูกค้า ที่รับรองโทนสีนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เกินร้อย!

เสื้อผ้าสีเหลือง
เสื้อผ้าสีเหลือง

สีเหลือง เป็นมิตรเสริมสร้างจินตนาการ

มาต่อกันที่โทนสีสดใสที่หลายคนอาจเลือกมาใส่เพื่อเพิ่มความมั่นใจ แม้จะไม่ได้ร้อนแรงเท่ากับสีแดง แต่ยังคงมีความสดใส พร้อมเพิ่มความมั่นใจได้ไม่แพ้กัน อีกทั้งยังเป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร เสริมสร้างจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับวันทำงานที่ต้องการความมั่นใจ หรือวันหยุดสบาย ๆ ที่ต้องการพลังในการทำกิจกรรม

เสื้อผ้าสีเขียว
เสื้อผ้าสีเขียว

สีเขียว ให้ความสงบช่วยสร้างสมดุล

ถ้าคุณกำลังมองหาโทนสีที่สบายตา และให้ความรู้สึกสงบ เสื้อผ้าโทนสีเขียวถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยล่ะ ด้วยโทนสีที่ชวนให้นึกถึงความเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สมดุล ร่มเย็น และการฟื้นฟู ช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้กับผู้สวมใส่ อีกทั้งยังเป็นโทนสีที่มีความหมายถึงการเจริญงอกงาม เหมาะสำหรับการสวมใส่ในวันที่ต้องการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ อย่างการสมัครเรียน สอบเข้า หรือสถานการณ์ที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้คนอื่น

เสื้อผ้าสีกรมท่า
เสื้อผ้าสีฟ้า

สีน้ำเงิน/ฟ้า สุขุมเป็นทางการ

โทนสีที่ให้ความสุขุม สงบเยือกเย็น สื่อถึงความหนักแน่น ดูน่าเชื่อถือ ช่วยเพิ่มความเป็นทางการได้เป็นอย่างดี แต่ยังให้ความเป็นมิตรและความผ่อนคลายชวนสงบด้วยเช่นกัน โดยโทนสี้นี้ยังให้อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามระดับความเข้มของสีอีกด้วย อย่างถ้าเลือกเป็นโทนสีน้ำเงินเข้มก็จะเพิ่มความสุขุม ดูเป็นทางการ เหมาะสำหรับการออกงาน หรือทำกิจกรรมที่เป็นที่จับตามองของคนอื่น แต่ถ้าเป็นสีโทนอ่อนอย่างสีฟ้าจะให้ความรู้สึกสดใส เป็นมิตรมากกว่า สามารถเลือกสวมใส่ได้ในทุกวันสบาย ๆ

เสื้อผ้าสีดำ
เสื้อผ้าสีดำ

สีดำ เรียบหรู ดูหนักแน่น

มาถึงโทนสีเบสิคที่หลายคนมักจะเลือกมาสวมใส่กันเป็นประจำอย่างโทนสีดำ ที่แม้จะเป็นสีเรียบ ๆ แต่เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเข้มแข็ง หนักแน่นช่วยเสริมพลังและอำนาจ พร้อมด้วยเสน่ห์ลึกลับดูน่าค้นหา ทำให้โทนสีนี้ถือเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ของผู้คนเวลาออกงานเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะงานทางการที่ไอเทมสีดำจะช่วยเพิ่มความสุภาพ หรู ดูแพงให้กับลุคของคุณได้เป็นอย่างดี หรือถ้าเป็นวันชิล ๆ ทั่วไปไอเทมสีดำง่าย ๆ อย่างเสื้อยืดยังให้ลุคที่ดูเท่เพิ่มความมั่นใจได้เช่นกัน

เสื้อผ้าสีส้ม
เสื้อผ้าสีส้ม

สีส้ม เพิ่มพลังบวก ให้ความเป็นอิสระ

ต่อกันที่โทนสีสดใส ที่สามารถเลือกหยิบมาใส่ได้บ่อย ๆ อย่างโทนสีส้ม ที่นอกจากจะให้ความสดใสและพลังงานบวกแล้ว ยังเป็นสีที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ อบอุ่น อิสระ และกระตือรือร้น ถ้าวันไหนที่รู้สึกว่าไม่มีไฟ หรือต้องการเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับตัวเองแล้วล่ะก็ ไอเทมสีส้มถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ!

เสื้อผ้าสีขาว
เสื้อผ้าสีขาว

สีขาว บริสุทธิ์อ่อนโยน

ปิดท้ายด้วยโทนสีเบสิคที่หลายคนต้องมีติดตู้เสื้อผ้ากันอย่างแน่นอน กับโทนสีขาว ที่ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ อ่อนโยน และไร้เดียงสา อีกความหมายหนึ่งคือความสมดุล และความสามัคคี ด้วยโทนสีที่ดูสบายตาและมีความหมายเชิงบวก เสื้อผ้าโทนนี้จึงมักเหมาะหยิบมาสวมใส่ได้ในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะวันที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ ติดต่อเจรจา เสื้อผ้าโทนสีขาวถือว่าเหมาะสุด ๆ

สามารถไปช้อปได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

TIPS & TRICKS รวมเคล็ดลับเลือกไอเทม ‘แต่งตัวเพิ่มความสูง’

TIPS & TRICKS รวมเคล็ดลับเลือกไอเทม ‘แต่งตัวเพิ่มความสูง’

TIPS & TRICKS รวมเคล็ดลับเลือกไอเทม ‘แต่งตัวเพิ่มความสูง’

เรียกได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของหนุ่มสาวร่างเล็กเลยก็ว่าได้ กับการเลือกเสื้อผ้าออกไปข้างนอกในแต่ละครั้ง เพราะถ้าหากไม่เลือกแมตช์ให้ดี อาจทำให้ร่างกายของเราดูไม่สมส่วนและยิ่งดูตัวเล็กลงเข้าไปอีก วันนี้แม็คยีนส์เลยรวมเคล็ดลับในการเลือกไอเทมไว้แต่งตัวเพิ่มความสูง ที่รับรองว่าได้ลุคออกมาดูสูงโปร่ง ดูดี พร้อมออกไปเที่ยวได้อย่างมั่นใจแน่นอน

เสื้อแจ็คเก็ตยีนส์
เสื้อยืด
เสื้อยืด
เสื้อยืด

#เลือกเสื้อผ้าให้พอดีตัว

เคล็ดลับแรกที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญหลักของการแมตช์ลุคให้ดูสูงเพรียว ก็คือการเลือกเสื้อผ้าให้เสริมรูปร่างของเราให้ดูสมส่วนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเสื้อควรมีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ถ้าให้ดีอาจเลือกเป็นแบบฟิตพอดีตัว เพราะจะทำให้รูปร่างท่อนบนของเราดูสมส่วน กระชับเข้ากับตัว ถ้าเป็นเสื้อแจ็คเก็ตหรือเชิ้ตก็ไม่ควรปล่อยให้ชายเสื้อยาวจนเกินไป ที่สำคัญควรเลี่ยงการใส่เสื้อ Oversize เพราะจะทำให้ช่วงขาของเราดูสั้นลงได้

กางเกงยีนส์
กางเกงยีนส์
กางเกงยีนส์
กางเกงยีนส์

นอกจากเสื้อแล้วกางเกงก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่หากเลือกให้เหมาะสมก็จะช่วยเสริมรูปร่างของเราให้ดูสูงเพรียวได้ โดยอาจเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรง Skinny เดฟรัดรูปเพื่อเพิ่มสรีระช่วงขาให้ดูยาวขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่ถ้าใครไม่ชอบทรงที่รัดรูปมากเกินไปอาจะเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรง Slim ที่มีความหลวมขึ้นมาเล็กน้อยแทน แม้จะไม่ได้รัดรูปเท่าแต่ก็ยังคงช่วยเพิ่มความยาวให้กับเรียวขาของเราได้เหมือนกัน

เสื้อฮาวาย
เสื้อเชิ้ตลายทาง
เสื้อฮู้ดดี้
เสื้อฮู้ดดี้

#โทนสีและลายทางช่วยพรางสายตาให้ดูเพรียว

นอกจากเรื่องของขนาดและทรงของเสื้อผ้าแล้ว ลวดลายและโทนสีก็มีส่วนช่วยให้ลุคของเราออกมาดูสูงเพรียวได้เช่นกัน อย่างลายทางที่สามารถช่วยพรางสายตา แต่ต้องเป็นลายทางตรงแนวตั้งหรือลายสก็อตที่เท่านั้นนะ เพราะถ้าเป็นลายทางแบบขวางอาจให้ผลลัพธ์ตรงข้าม ทำให้ออกมาดูเทอะทะกว่าเดิมไปอีก หรือถ้าใครไม่ชอบเสื้อผ้าที่มีลายเยอะ ๆ ก็อาจใช้วิธีคุมโทนสีแทน โดยเลือกให้เสื้อผ้าท่อนบนและท่อนล่างเป็นโทนสีใกล้เคียงกันเพื่อพรางสายตาไม่ให้โฟกัสท่อนบ่อนหรือท่อนล่างชัดเจนจนเกินไป

หมวกแก็ป
หมวกแก็ป
หมวกแก็ป
หมวกแก็ป

#ใช้ไอเทมช่วยดึงดูดความสนใจ

อีกหนึ่งตัวช่วยที่หลาย ๆ คนอาจมองข้ามหรือนึกไม่ถึงกับแอกเซสเซอรี่ส่วนบนที่จะช่วยดึงสายตาคนมองให้เปลี่ยนมาโฟกัสมากกว่ารูปร่างท่อนล่างอย่างหมวกเท่ ๆ หรือแว่นตาทรงเก๋ แต่ควรมีแต่พอดีนะ อย่ามากจนเกินไป เพราะแทนที่จะช่วยดึงดูดสายตาจะทำให้ลุคของเราออกมาดูหนัก และเทอะทะเกินไปแทน

รองเท้าผ้าใบ
รองเท้าผ้าใบ
รองเท้าผ้าใบ
รองเท้าสลิปออน

#อย่าลืมรองเท้าเพิ่มความสูง

เคล็ดลับสุดท้ายที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเสริมเพิ่มความสูงของเราได้ง่าย ๆ กับรองเท้าที่ควรเลือกแบบมีส้นหรือพื้นรองเท้าที่ค่อนข้างหนา แต่ก็ไม่ควรให้หนาจนเกินไปเพราะอาจทำลุคของเราออกมาดูเทอะทะไม่สมส่วน รวมไปถึงทรงของรองเท้าควรกระชับและเข้ากับรูปของเท้าไม่ใหญ่ดูหลวมจนเกินไป แค่นี้ก็ได้ลุคเท่พร้อมเพิ่มความสูงแบบง่าย ๆ แล้ว

ใครยังไม่มีไอเทมชิ้นไหน รีบไปช้อปกันได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

รู้จัก 6 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้หญิง’ พร้อมเทคนิคเลือกใส่อย่างไรให้ดูดี

รู้จัก 6 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้หญิง’ พร้อมเทคนิคเลือกใส่อย่างไรให้ดูดี


‘กางเกงยีนส์’ แฟชั่นสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ยังคงเป็นที่นิยมมาโดยตลอด ถือเป็นไอเทมยอดฮิตที่ทั้งผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถหยิบมาใส่แมตช์คู่กับไอเทมอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ของเหล่าสาว ๆ ที่ปัจจุบันมีทรงให้เลือกใส่หลากหลายแบบ แต่ต้องเลือกเป็นทรงแบบไหน ถึงจะเหมาะกับรูปร่าง วันนี้แม็คยีนส์จะชวนทุกคนไปรู้จักกับ 6 ทรงกางเกงยีนส์ผู้หญิง พร้อมเทคนิคการเลือกใส่ที่รับรองว่าได้ลุคออกมาดูดีอย่างแน่นอน!

Straight Jeans – กางเกงยีนส์ทรงขาตรง

มากันที่กางเกงยีนส์ทรงแรกที่เป็นทรงแบบเรียบง่ายที่สุดอย่าง Straight Jeans หรือกางเกงยีนส์ขากระบอกทรงตรง ซึ่งเป็นทรงเบสิคที่สวมใส่ง่าย ใส่สบาย ไม่รัดรูป สามารถนำมาแมตช์ได้ง่ายกับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ อีกทั้งยังเป็นทรงที่ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหนก็สามารถเลือกหยิบมาใส่ได้ไม่ยาก แถมยังให้ลุคดูทะมัดทะแมง คลาสสิคในแบบออริจินัลของยีนส์ จะใส่คู่กับเสื้อยืด เบลเซอร์ หรือจะสเวตเตอร์ ก็ดูเท่ได้ไม่มีเบื่อ

Skinny Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่

ต่อกันที่อีกทรงยอดฮิตของเหล่าสาว ๆ กับ Skinny Jeans กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือกางเกงยีนส์ขาเดฟ ที่เป็นทรงกางเกงแบบเข้ารูปสำหรับคนที่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ด้วยจุดเด่นของทรงนี้อยู่ที่ตัวกางเกงจะฟิตพอดีตัวตั้งแต่ช่วงต้นขาจรดถึงปลาย ช่วยเพิ่มความเรียวให้กับท่อนขา และยังทำให้ดูสูงขึ้นอีกด้วย ครีเอทลุคเพิ่มความเปรี้ยวได้ง่าย ๆ ด้วยเสื้อเข้ารูป เบลเซอร์ และรองเท้าส้นสูงสักคู่ แค่นี้ก็ดูโดดเด่นดึงดูดทุกสายตาแล้ว!

Slim Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสลิม

หลายคนอาจสงสัยว่าระหว่างกางเกงยีนส์ทรงสลิม และทรงสกินนี่แตกต่างกันอย่างไร ถ้าดูเผิน ๆ ทั้งสองทรงนี้แทบจะไม่มีความแตกต่าง ยกเว้นช่วงบนเหนือเข่าที่ทรงสลิมจะไม่ได้ฟิตเท่ากับทรงสกินนี่ ทำให้สวมใส่สบายกว่าโดยเฉพาะเวลานั่ง แต่ก็ยังคงให้ความพอดีตัวเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความเพรียวให้กับเรียวขา แต่ยังอยากได้ลุคสบาย ๆ ไม่ดูเป็นทางการมากจนเกินไป แมตช์ง่ายได้หลายลุคทั้งเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต จับคู่กับรองเท้าผ้าใบหรือสลิปออน

Flared Jeansกางเกงยีนส์ทรงขาบาน

อีกหนึ่งทรงยอดฮิตของสาว ๆ ยุคนี้กับ Flared Jeans หรือกางเกงยีนส์ทรงขาบาน (ขาม้า) ที่จะมีลักษณะเข้ารูปช่วงบนคล้ายกับทรงขากระบอก แต่จะมีกลิ่นอายวินเทจด้วยปลายขาที่มีความบานกว่าปกติ ช่วยพรางเรียวขาให้ดูสมส่วน สามารถใส่ได้ทุกรูปร่าง แมตช์เข้ากับเสื้อยืด กับแจ็คเก็ตยีนส์สักตัวรับรองว่าได้ลุคดูเท่ ชิค ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

Boyfriend Jeansกางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์

สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการความแมนประหนึ่งยืมกางเกงแฟนมาใส่ก็ต้องเป็น Boyfriend Jeans หรือ กางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ กับทรงหลวม ๆ ไม่เข้ารูป ช่วงปลายแคบ สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพรางหุ่นของตัวเองให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีรูปร่างใหญ่ กางเกงทรงนี้จะช่วยให้สะโพกดูเพรียวมากยิ่งขึ้น แมตช์ได้หลายลุคจะเป็นเสื้อยืดแขนยาวแนวสตรีทคูล ๆ หรือจะจัดคู่กับเสื้อกล้ามเข้ารูปเพิ่มความเปรี้ยวก็ดูดีไม่แพ้กัน!

Boot Cut Jeans – กางเกงยีนส์ทรงบูทคัท

ปิดท้ายด้วยกางเกงยีนส์ทรงบูทคัท ที่จะค่อนข้างคล้ายกันกับทรงขาบาน แต่จะมีช่วงเข่าที่ไม่แคบมาก รวมถึงปลายขากางเกงที่ไม่กว้างเท่าเช่นกัน เป็นดีไซน์กลิ่นอายคลาสสิคที่ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ร่วมกับรองเท้าบูท แต่ถึงจะไม่มีรองเท้าบูทก็สามารถเลือกเป็นสลิปออน หรือรองเท้าผ้าใบสีเข้ม ก็สามารถแมตช์ลุคเท่ได้ไม่แพ้กัน

ถูกใจกางเกงยีนส์ทรงไหน สามารถไปช้อปได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc Jeans และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

4 STEPS แมตช์เสื้อผ้าปรับลุค เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกรูปร่างได้ง่าย ๆ

4 STEPS แมตช์เสื้อผ้าปรับลุค เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกรูปร่างได้ง่าย ๆ

เชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนอาจมีความรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง และอาจกังวลกับการแมตช์ลุคเสื้อผ้าออกไปข้างนอก แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าคุณจะรูปร่างแบบไหนก็สามารถดูดีในแบบของตัวเองได้ ด้วยเทคนิค 4 ขั้นตอน ที่จะช่วยปรับลุคให้กับทุกรูปร่างเพิ่มความมั่นใจได้ง่าย ๆ ในแบบฉบับของแม็คยีนส์

STEP 1 – เลือกเสื้อให้เหมาะกับรูปร่าง

สเต็ปแรกที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลุคของคุณในแต่ละวัน ก็คือการเลือกเสื้อให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนที่มีขนาดตัวค่อนข้างเล็ก หรือมีลักษณะผอมสูง ก็อาจเลือกเป็นเสื้อที่มีขนาดใหญ่เกินตัวขึ้นมาสักนิดอย่างเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ และสวมเสื้อฮู้ดหรือแจ็คเก็ตทับ ช่วยเพิ่มมิติให้กับรูปร่าง ไม่ดูบางจนเกินไป หรือสำหรับผู้หญิงอาจจะเลือกเป็นเชิ้ตแขนพองก็ช่วยให้รูปร่างไซส์มินิดูสมส่วนขึ้นมาได้เหมือนกัน

และสำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่ก็อาจเลือกเป็นเสื้อที่ขนาดใหญ่พอดีตัว ไม่ฟิตจนเกินไป หรือสวมแจ็คเก็ตทับแบบไม่ต้องติดกระดุมก็ช่วยพรางหุ่นให้ดูสมส่วน แถมยังได้ลุคเท่ โดดเด่นไม่เหมือนใครอีกด้วย

STEP 2 – เลือกกางเกงทรงที่ใช่ ช่วยพรางหุ่นให้ดูดี

มากันที่เสต็ปต่อมากับอีกหนึ่งไอเทมสำคัญที่เป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างหุ่นของคุณให้สมส่วนดูดีอย่างกางเกง ที่หากว่าคุณเป็นคนตัวเล็ก หรือมีรูปร่างค่อนข้างผอม อาจจะเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรงขากระบอก (STRAIGHT) หรือกางเกงยีนส์ขากว้าง (WIDE LEG) ในขณะที่คนที่มีรูปร่างใหญ่อาจจะเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรงขากระบอกรุ่น Mc Plus ให้ลุคสมส่วนแบบเต็มไซส์

STEP 3 – รองเท้าช่วยปรับสัดส่วนให้พอดียิ่งขึ้น

อีกหนึ่งสเต็ปที่จะช่วยปรับส่วนสูงของคุณให้มีความพอเหมาะ กับการเลือกรองเท้าที่พอดีกับรูปร่างของคุณและสามารถแมตช์ลุคเข้ากับเสื้อและกางเกงได้อย่างพอดี โดยอาจเลือกเป็นรองเท้าผ้าใบที่สามารถใส่เข้าได้กับทุกส่วนสูง หรือเลือกแบบเสริมส้นสำหรับคนไซส์เล็ก ที่สำคัญอย่าลืมเลือกสีให้แมตช์กับเสื้อผ้าของคุณด้วยล่ะ จะได้ลุคออกมาสูงเท่ ดูดีในสไตล์ที่เป็นคุณ

STEP 4 – ไอเทมเสริมครีเอทลุคให้ดูไม่ซ้ำใคร

ปิดท้ายด้วยไอเทมเสริมลุคที่จะช่วยให้การแมตช์ลุคปรับรูปร่างของคุณดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นอย่างหมวก หรือเสื้อแจ็คเก็ต ที่ช่วยเพิ่มลุคสตรีทดูเท่ หรือจะเป็นกระเป๋าทรงต่าง ๆ ที่นอกจากจะเป็นไอเทมสารพัดฟังก์ชั่นคู่ใจแล้ว หากเลือกขนาดให้พอเหมาะ ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปก็สามารถช่วยให้ลุคของคุณดูกลมกลืนสมส่วนได้เหมือนกัน

ใครยังไม่มีไอเทมไว้แมตช์ลุคของตัวเอง สามารถไปช้อปกันได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans