4 สูตร บอกเลิกราจากกางเกงยีนส์ของคุณ

4 สูตร บอกเลิกราจากกางเกงยีนส์ของคุณ

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยมาก ๆ เราคงหลีกเลี่ยงไม่ให้กางเกงยีนส์ตัวโปรดโดนน้ำก็คงไม่ได้ และถ้าช่วงนี้ใครดูแลกางเกงยีนส์ไม่ดีก็อาจะทำให้กางเกงยีนส์ของคุณมีกลิ่นอับ และขึ้นราได้ง่าย ๆ ซึ่งมันคงไม่ดีแน่ ๆ ถ้าหากว่ากางเกงยีนส์ของคุณขึ้นรา โดยเฉพาะคนที่กำลังปั้นเฟดกางเกงยีนส์อยู่! นับว่าเป็นอันตรายมาก ๆ

 

สำหรับวิธีการดูแลกางเกงยีนส์ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ คุณอาจจะเก็บกางเกงยีนส์ไว้ในที่แห้ง อย่างในห้องที่ต้องเปิดแอร์ทุกวัน ไม่ควรตากกางเกงยีนส์ไว้ในห้องน้ำเด็ดขาด เพราะห้องน้ำมีความชื้น อาจทำให้ราขึ้นกางเกงยีนส์ของคุณได้ง่าย ๆ และถ้าหากว่ากางเกงยีนส์ของใครที่ขึ้นราไปแล้ว วันนี้เราก็มีวิธีกำจัดราบนกางเกงยีนส์มาฝากคุณ!

 

 

 

สูตร 1 น้ำส้มสายชู

อีกไอเทมที่สารพัดประโยชน์จริง ๆ นั่นก็คือ ‘น้ำส้มสายชู’ ซึ่งน้ำส้มสายชูเนี่ยสามารถกำจัดเชื้อราบนกางเกงยีนส์ของคุณได้ วิธีทำก็ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณเอาน้ำส้มสายชูใส่ขวดที่ป็นหัวสเปรย์ และฉีดพ่นชุ่ม ๆ บนกางเกงยีนส์ตรงบริเวณที่เป็นเชื้อรา แต่ห้ามเปียกจนเกินไปนะ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ใช้แปรงถูราออกอย่างเบา ๆ เพื่อไม่ให้เนื้อผ้าเสียหาย จากนั้นก็น้ำกางเกงยีนส์ของคุณไปซักตามปกติได้

 

สูตร 2 มะนาว + เกลือ

สำหรับสูตรนี้ก็ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณมีมะนาวกับเกลือก็สามารถกำจัดเชื้อราบนกางเกงยีนส์ของคุณได้แล้ว โดยที่คุณนำเอาเกลือกับมะนาวมาผสมกันจนเข้ากันจนลงตัวแล้ว จากนั้นคุณก็นำมาทาลงบนกางเกงยีนส์ของคุณ แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที พอครบก็นำไปซักให้สะอาดตามปกติ

 

สูตร 3 นมเปรี้ยว

คุณรู้หรือไม่ ‘นมเปรี้ยว’ สามารถกำจัดเชื้อราได้ด้วยนะ ขั้นตอนการทำก็ง่ายมาก ๆ คุณแค่เอานมเปรี้ยวไปหยดบนกางเกงยีนส์บริเวณที่เป็นเชื้อรา หรือถ้าหากว่าเชื้อราขึ้นบนกางเกงยีนส์ของคุณเยอะมาก ก็สามารถนำไปแช่นมปรี้ยวได้ทั้งตัวเลย จากนั้นคุณก็แช่กางเกงยีนส์ไว้ 1 คืน พอวันต่อมาก็นำกางเกงยีนส์ไปตากแดดให้แห้งสนิท หลังจากนั้นก็นำกางเกงยีนส์ไปซักตามปกติได้เลย แต่ถ้าหากว่ายังหลงเหลือคราบอยู่ คุณก็อาจจะเอาน้ำมะนาวมาหยดใส่ก็ได้เช่นกัน

 

สูตร 4 ปูนขาว

เป็นอีกวิธีที่ง่ายเช่นกัน! แค่นำปูนขาวไปผสมกับน้ำ แล้วนำกางเกงยีนส์ของคุณไปแช่เอาไว้สักประมาณ 15 นาที และใช้แปรงขัดบริเวณที่ขึ้นรา หลังจากนั้นคุณก็สามารถนำกางเกงยีนส์ไปซักได้ตามปกติเลย เพียงเท่านี้ราบนกางเกงยีนส์ของคุณสามารถออกไปได้ง่าย ๆ เลย

 

 

ทำไมซักกางเกงยีนส์แล้วสีตก ต้องดูแลอย่างไร?

ทำไมซักกางเกงยีนส์แล้วสีตก ต้องดูแลอย่างไร?

 

กางเกงยีนส์จัดว่าเป็น Must Have Item ของใครหลายคนเลย ก็เพราะว่ากางเกงยีนส์เนี่ยสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย คุณจะแต่งตัวลุคแคชชวล ลุคทำงาน หรือลุคไปเที่ยว กางเกงยีนส์ก็ตอบโจทย์ให้กับคุณได้ทุกลุคทุกสไตล์ ด้วยสีสันที่หลากหลาย จึงทำให้กางเกงยีนส์นั้นครองใจทุกเพศทุกวัยเลยก็ว่าได้

 

แต่มีใครเคยสังเกตกันไหมว่าตอนซักกางเกงยีนส์ครั้งแรก ทำไมผ้ายีนส์ถึงสีตกออกมา? หรือแม้แต่ซักไป 2-3 ครั้งก็ยังมีตกออกมาอีก ขอบอกเลยว่าไม่ต้องตกใจไป การที่ซักกางเกงยีนส์ในครั้งแรกแล้วสีตกเป็นเรื่องปกติมาก ถ้าไม่ตกนี่สิแปลก! แล้วทำไมสีของผ้ายีนส์ถึงตกออกมา วันนี้เราจะมาแก้ไขข้อข้องใจให้ใครหลายคนที่กำลังสงสัยอยู่ ไปดูกันเลย!!!!

 

 

freepik.com

 

 

ทำไมกางเกงยีนส์ถึงสีตก?

สีที่ใช้ย้อมกางเกงยีนส์ คือสีอินดิโก้ (สีน้ำเงินจากต้นคราม) หรือการย้อมสีแบบธรรมชาตินั่นเอง การย้อมแบบนี้จะนิยมย้อมมากกันในหมู่กางเกงยีนส์มาก เพราะถ้าหากย้อมผ้ายีนส์ด้วยสีอินดิโก้ (Indigo) จะให้สีที่เนียนสวย ในอุตสาหกรรมการผลิตยีนส์จึงใช้สีอินดิโก้ย้อมกางเกงยีนส์

 

 

สีที่ตกจากกางเกงยีนส์คือสีส่วนเกิน

ด้วยการย้อมสีแบบธรรมชาติ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำกางเกงยีนส์มีสีตกออกมาในครั้งแรก สีที่หลุดออกมาจากการซักกางเกงยีนส์แต่ละครั้งคือสีส่วนเกิน เนื่องจากยังไม่ผ่านกระบวนการฟอกสี จึงทำให้สีหลุดออกมาเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลใจกันไป! เมื่อคุณซักไป 2-3 ครั้ง ก็จะดีขึ้นเอง

 

 

สีอินดิโก้ส่วนมากจะหลุดออกมาในการซักครั้งแรก

สำหรับสายปั้นเฟดกางเกงยีนส์ เราขอแนะนำให้คุณนำกางเกงยีนส์ไปปั้นเฟดตามที่คุณต้องการก่อน หรือเรียกว่าเอาไปใส่ลุยก่อนนั้นเอง เพื่อให้เกิดลวดลายสวยงามบนกางเกงยีนส์ของคุณ และเมื่อคุณใส่ไปซัก 2-3 เดือนแล้ว ค่อยนำกางเกงยีนส์ไปซักก็ได้ และสีอินดิโก้ก็จะหลุดออกมาในการซักครั้งแรก ทำให้กางเกงยีนส์ขึ้นเฟดสวยตามการใช้งานของคุณ

 

 

วิธีการดูแลรักษากางเกงยีนส์

สำหรับวิธีการดูแลรักษากางเกงยีนส์ตัวโปรดก็ไม่ยากเลย เราขอแนะนำให้คุณซักกางเกงยีนส์ด้วยมือจะดีกว่าการซักยีนส์ด้วยเครื่องซักผ้า ที่สำคัญ! ห้ามลืม! แยกผ้าและกลับด้านกางเกงยีนส์ก่อนซักทุกครั้ง ห้ามตากกางเกงยีนส์ไว้กลางแจ้ง ที่ที่มีแสงแดดจัด ให้ตากไว้ในที่ร่มที่อากาศถ่ายเทสะดวก และห้ามใช้สารฟอกขาว น้ำยาปรับผ้านุ่ม ในการซักกางเกงยีนส์ทุกครั้ง ห้ามลืมเด็ดขาด!!! ถ้าหากดูแลรักษากางเกงยีนส์ของคุณตามนี้ก็จะช่วยให้กางเกงยีนส์ตัวโปรดอยู่กับขึ้นได้อีกนานขึ้นแน่นอน

 

 

5 Tips เลือกกางเกงยีนส์อย่างไรให้เหมาะกับคุณ

5 Tips เลือกกางเกงยีนส์อย่างไรให้เหมาะกับคุณ

กางเกงยีนส์ ไอเทมแฟชั่นที่ฮอตฮิตมาตลอดกาล ในการแต่งตัวด้วยกางเกงยีนส์สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย เพราะกางเกงยีนส์สามารถเข้าได้กับทุกลุคทุกสไตล์เลย ไม่ว่าคุณจะชอบการแต่งตัวแบบไหน ก็มีทรงและสีของกางเกงยีนส์ให้คุณเลือกเยอะมาก ทั้งกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือทรงสลิมที่คุณสามารถใส่ไปทำงานก็ได้ หรือจะใส่กางเกงยีนส์ทรงเทเปอร์ ทรงบอยเฟรนด์ไปเที่ยวก็ยังได้ และด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ใครหลายคนชื่นชอบกางเกงยีนส์มาก ๆ ใส่ทุกวันเป็นประจำเลยก็ยังได้

 

 

และวันนี้เราจะขอพาคุณไปเลือกกางเกงยีนส์ให้เป็นยีนส์ตัวโปรดของคุณกัน ว่าคุณต้องเลือกกางเกงยีนส์ยังไง ต้องเลือกกางเกงยีนส์ทรงไหน หรือสีไหนดี ที่จะเหมาะกับรูปร่างและไลฟ์สไตล์ของคุณ เพราะถ้าหากว่าคุณจะใส่กางเกงยีนส์ไปทำงาน คุณก็ต้องเลือกกางเกงยีนส์สีสุภาพ หรือคุณอยากอพำรางหุ่นให้ดูเพรียว คุณก็ต้องเลือกกางเกงยีนส์สีเข้ม หรือสีดำเท่านั้น! ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่าต้องเลือกกางเกงยีนส์ยังไงดี?

 

 

 

เลือกทรงกางเกงยีนส์ที่เหมาะกับคุณ

กางเกงยีนส์มีทรงที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ กางเกงยีนส์ทรงขากระบอก หรือกางเกงยีนส์ทรงบูทคัท ก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย หลากหลายแบรนด์ แล้วจะเลือกกางเกงยีนส์อย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณ ตามไปดูกันเลยว่าคุณควรเลือกกางเกงยีนส์ทรงไหนมาใส่ดี?!

 

  • กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ (Skinny Jeans) กางเกงยีนส์ทรงนี้ปลายขาจะเล็กมาก เป็นกางเกงยีนส์ที่เน้นสัดส่วนของคุณให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น หากใครที่คิดว่ามั่นใจในหุ่นของตัวเอง ก็เลือกกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่มาใส่ได้เลย
  • กางเกงยีนส์ทรงขากระบอก (Straight Jeans) กางเกงยีนส์ทรงคลาสสิค ที่ยังคงฮอตฮิตมาตลอดกาล สำหรับกางเกงยีนส์ทรงนี้มีให้เลือกทั้งทรงที่เป็นขากระบอกใหญ่ และขากระบอกเล็ก กางเกงยีนส์ทรงนี้ สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่น แถมกางเกงยีนส์ขากระบอกยังช่วยให้ขาดูเรียวยาวขึ้นอีกด้วย เป็นทรงที่แนะนำให้ทุกคนมีติดตู้เอาไว้
  • กางเกงยีนส์ทรงสลิม (Slim Fit Jeans) เป็นกางเกงยีนส์ที่มีทรงคล้ายกับกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ แต่กางเกงยีนส์ทรงสลิมจะไม่แนบเนื้อแน่นหรือฟิตมากเหมือนกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ และเป็นกางเกงยีนส์อีกทรงที่ช่วยเสริมลุคของคุณให้ดูเพรียวขึ้น
  • กางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ (Boyfriend Jeans) ยีนส์ทรงฮิตที่ผู้หญิงต้องมีไว้อีกตัว เพราะถ้าไม่มีจะเอ้าท์ได้นะ กางเกงยีนส์ทรงนี้เป็นกางเกงยีนส์ทรงหลวม ไม่รัดแน่น ใส่สบาย ๆ ใครที่ชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์วินเทจ ก็หยิบกางเกงยีนส์ทรงนี้ไปแมทช์ได้เลย
  • กางเกงยีนส์ทรงเทเปอร์ (Tapered) ยีนส์ทรงนี้เป็นอีกทรงที่ผู้ชายนิยมใส่กันมาก เพราะเป็นอีกทรงที่ค่อนข้างใส่แล้วสบาย เป็นกางเกงยีนส์ที่ไม่ได้มีความฟิตเท่ากับกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือกางเกงยีนส์ทรงสลิม แต่ขากางเกงยีนส์ทรงเทเปอร์จะค่อย ๆ มีความแคบลง และกางเกงยีนส์ทรงนี้เมื่อใส่แล้วจะช่วยให้ดูเพรียวสูงขึ้นอีกด้วย

 

 

เลือกสีให้เหมาะสม

การเลือกซื้อกางเกงยีนส์สักตัวนึง ต้องเลือกสีให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ หรือสไตล์การแต่งตัวของคุณด้วย เพราะถ้าหากคุณจะเลือกกางเกงยีนส์ไปทำงานสักตัวก็ต้องเลือกสีของกางเกงยีนส์ให้เรียบง่าย อย่างสีขาว สีดำ หรือสียีนส์เข้ม เป็นต้น แต่ถ้าหากคุณจะเลือกใส่ไปเที่ยวล่ะก็จะเลือกสีไหนก็ตามใจคุณเลย

 

 

เลือกกางเกงยีนส์ที่เป้าไม่รัดแน่น

ถ้าหากว่าคุณกำลังมองหากางเกงยีนส์คู่ใจสักตัว เมื่อเลือกทรงและสีของกางเกงยีนส์ได้แล้ว อีกเรื่องสำคัญเลยคือคุณควรดูที่เป้าของกางเกงยีนส์ด้วย วิธีการเลือกก็ไม่ยากเลย เพียงแค่เลือกกางเกงยีนส์ที่เป้าไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป เพราะไม่งั้นกางเกงยีนส์ของคุณอาจจะดูแน่นหรือดูย้วยไป ทางที่ดีคุณควรลองกางเกงยีนส์ก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อความมั่นใจ!

 

 

เลือกกางเกงยีนส์ตัวที่ใส่สบาย

อีกข้อสำคัญในการเลือกซื้อกางเกงยีนส์เลยก็คือ ควรเลือกกางเกงยีนส์ที่คุณใส่แล้วรู้สึกสบาย เช่น กางเกงยีนส์ตัวนั้นต้องไม่รัดแน่นจนเกินไป หรือเนื้อผ้าที่เลือกมานั้นต้องใส่สบาย แถมต้องลองนั่งเดินดูด้วยว่าคล่องตัวไหม? ถ้าหากว่าลองแล้วใส่สบายก็ถือว่าผ่าน

 

 

 

Raw Denim | ยีนส์ผ้าดิบคืออะไร มีกี่ประเภท ต้องดูแลอย่างไร

Raw Denim | ยีนส์ผ้าดิบคืออะไร มีกี่ประเภท ต้องดูแลอย่างไร

ยีนส์ผ้าดิบ คือ กางเกงยีนส์ที่ถูกย้อมด้วยสีอินดิโก้ (Indigo) เป็นผ้ายีนส์สีน้ำเงินเข้ม สวยงาม โดยไม่ผ่านกระบวนการฟอกใด ๆ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันว่า ยีนส์ผ้าดิบ ซึ่งความพิเศษของยีนส์ผ้าดิบนั้นคือเมื่อคุณใส่ไปนาน ๆ แล้ว สีอินดิโก้จะค่อย ๆ หลุดออกไปตามกาลเวลา ทำให้กางเกงยีนส์ของคุณมีลวดลายขึ้นมา ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน กางเกงยีนส์ผ้าดิบ เมื่อคนใส่ต่างกัน ลวดลายของกางเกงยีนส์ก็ต่างออกไปด้วยเช่นกัน และการขึ้นลวดลายต่าง ๆ นี้เรียกว่า การเฟดยีนส์ (Fade Jeans)

 

 

ยีนส์ผ้าดิบ Sanforized

ถ้าหากใครเพิ่งเริ่มเล่นยีนส์ผ้าดิบ เราขอแนะนำให้คุณเลือกกางเกงยีนส์ผ้าดิบแบบ Sanforized จะดีที่สุด เพราะเป็นกางเกงยีนส์ที่ผ่านกระบวนการแช่น้ำมาแล้วจากโรงงานทอผ้ายีนส์ ซึ่งคุณซื้อแล้วสามารถสวมใส่ได้เลย โดยไม่ต้องนำกางเกงยีนส์ไปแช่น้ำเพื่อให้ยีนส์หดตัวก่อน สะดวก ง่ายมาก ๆ

 

ยีนส์ผ้าดิบ Unsanforized

เมื่อยีนส์ผ้าดิบ Sanforized คือยีนส์ที่ผ่านกระบวนการแช่น้ำจากโรงงานทอผ้ายีนส์ไปแล้ว ก็เดาไม่ยากเลยว่ายีนส์ผ้าดิบ Unsaforized คือกางเกงยีนส์ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการแช่น้ำแน่นอน ถ้าหากว่าคุณซื้อกางเกงยีนส์ผ้าดิบ Unsanforized ไป คุณจะต้องนำไปแช่น้ำอุ่นก่อนใส่ ซึ่งการซื้อยีนส์ผ้าดิบ Unsanforized จะเหมาะกับคนที่มีความชำนาญในการแช่ยีนส์ผ้าดิบพอสมควร เพราะถ้าหากไม่ชำนาญ แช่ไว้นานเกินไป กางเกงยีนส์ของคุณอาจจะหดเกินไปจนใส่ไม่ได้เลยนะ เสียดายตังค์เปล่า ๆ

 

วิธีดูแลกางเกงยีนส์ผ้าดิบ

 

การซัก

ถ้าจะให้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นการซักกางเกงยีนส์ผ้าดิบด้วยมือ ห้ามซักกางเกงยีนส์ผ้าดิบด้วยเครื่องเด็ดขาด เพราะจะทำให้กางเกงยีนส์หดเยอะ และรอยเฟดที่คุณปั้นมานานแสนนานก็อาจจะหายไปได้ ฉะนั้นเราขอแนะนำให้คุณใส่กางเกงยีนส์ไปลุยให้ได้รอยที่สวยงามก่อน แล้วค่อยน้ำมาซักด้วยมือ ซึ่งอาจจะใช้แปรงใยอ่อน ๆ ขัดเบา ๆ ตรงรอยเฟด ส่วนรอยเฟดที่ด้านหลังเข่าและหน้าขาจะชัดเจนขึ้นเมื่อผ่านน้ำ

 

การตาก

วันไหนที่คุณอยากเอากางเกงยีนส์มาตาก หรือคุณเพิ่งซักกางเกงยีนส์เสร็จ เราขอแนะนำให้ตากแดดอ่อน ๆ หรือตากในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อเป็นการถนอมผ้ายีนส์ไม่ให้กรอบแข็งเมื่อเจอแดดแรง ๆ

 

ดูแลยีนส์ผ้าดิบเมื่อมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

แนะนำให้ไปซื้อสเปรย์ระงับกลิ่นของกางเกงยีนส์ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ไม่ยาก โดยฉีดบริเวณด้านนอก ฉีดให้ห่างจากยีนส์สักประมาณ 20 ซม. แล้วนำไปผึ่งแดดอ่อน ๆ สักครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็นำมาใส่ได้เลย

 

ไม่ควรพับกางเกงยีนส์ใส่ไว้ในตู้

คุณไม่ควรพับกางเกงยีนส์ที่ใส่แล้วไว้ในตู้ เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้น และอาจะมีเชื้อราตามมา เมื่อคุณสวมใส่แล้วควรตากไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกจะดีที่สุด

 

4 เคล็ดลับดูแลกางเกงยีนส์ตัวโปรดของคุณ

4 เคล็ดลับดูแลกางเกงยีนส์ตัวโปรดของคุณ

กางเกงยีนส์ Must Have Item ของใครหลาย ๆ คน เป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะยีนส์น่ะหยิบมาใส่ตอนไหนก็ไม่มีเอ้าท์แน่นอน ถ้าหากพูดถึงไอเทมที่ฮิตตลอดกาลก็คงหนีไม่พ้น กางเกงยีนส์ เลยจริง ๆ บางคนอาจจะมีกางเกงยีนส์หลายตัว หรือบางคนอาจจะชอบใส่แค่ตัสนี้ตัวเดียว ก็กางเกงยีนส์ตัวนี้เป็นยีนส์ตัวโปรดอ่ะเนอะ แต่กาลเวลาผ่านไป กางเกงยีนส์ของคุณก็อาจจะเสื่อมสภาพไปตามเวลาของมัน วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยดูแลกางเกงยีนส์ตัวโปรดของคุณ ให้อยู่กับคุณไปนานที่สุด!

 

 

 

เคล็ดลับดูแลกางเกงยีนส์ตัวโปรด

 

 

1.อย่าซักกางเกงยีนส์บ่อย

คุณอ่านไม่ผิดแน่นอน เพราะการซักกางเกงยีนส์บ่อย ๆ จะทำให้กางเกงยีนส์ของคุณสีซีด ยืดย้วย เสียทรง ได้เร็วยิ่งขึ้น คุณอาจจะใช้สเปรย์ทำความสะอาดกางเกงยีนส์แทน หรือซักกางเกงยีนส์ของคุณให้น้อยที่สุด โดยคุณอาจจะซักอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง หรืออาทิตย์ละสองครั้ง แต่ถ้าให้ดี เดือนละครั้งก็ได้ ถ้าหากคุณไม่ได้สวมใส่กางเกงยีนส์ทุกวัน

 

2.ซักกางเกงยีนส์ด้วยน้ำเย็น

ขอบอกตรงนี้เลยว่า คุณครวรซักกางเกงยีนส์ด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมปกติเท่านั้น เพราะถ้าหากคุณซักกางเกงยีนส์ด้วยน้ำร้อน กางเกงยีนส์ของคุณก็จะสีซีดเร็ว และถ้าหากอยากให้กางเกงยีนส์ตัวโปรดอยู่กับคุณไปนาน ๆ ก็ต้องซักด้วยน้ำเย็นเท่านั้น

 

3.ซักกางเกงยีนส์ด้วยมือ

ถ้าหากว่าคุณไม่อยากให้กางเกงยีนส์ของคุณเสียทรงเร็ว แนะนำว่าให้ซักกางเกงยีนส์ของคุณด้วยมือจะดีกว่าการซักด้วยเครื่องซักผ้า ยิ่งถ้าเป็นกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ กางเกงยีนส์ผ้ายืด ยิ่งควรซักด้วยมือเลย เพราะจะการซักด้วยเครื่องจะทำให้กางเกงยีนส์ตัวโปรดของคุณยืดย้วยได้เร็วยิ่งขึ้น

 

4.ปล่อยกางเกงยีนส์ให้แห้งตามธรรมชาติ

เมื่อคุณซักกางเกงยีนส์เสร็จแล้ว การเอากางเกงยีนส์ไปอบแห้งคงไม่ใช่ไอเดียที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะการอบด้วยความร้อนจะทำให้กางเกงยีนส์ของคุณเสียทรงเร็วขึ้น ฉะนั้นการปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ คือวิธีที่ดีที่สุด และไม่ควรนำกางเกงยีนส์ของคุณไปตากแดดแรงจัด ตากในที่ร่มแล้วปล่อยให้แห้งเองก็พอแล้ว เดี๋ยวสีกางเกงยีนส์ของคุณจะซีดเร็วเอานะ

 

เป็นยังไงกันบ้างกับ 4 เคล็ดลับดูแลกางเกงยีนส์ตัวโปรดให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่บ้านหรือคุณพ่อบ้านก็สามารถทำตามกันได้ง่าย ๆ แค่ดูแลกางเกงยีนส์ตามวิธีที่บอกไปข้างต้น กางเกงยีนส์ตัวโปรดของคุณก็อยู่กับคุณไปได้อีกนานเลยล่ะ

 

OZ (ออนซ์) คืออะไร เกี่ยวข้องกับกางเกงยีนส์อย่างไร

OZ (ออนซ์) คืออะไร เกี่ยวข้องกับกางเกงยีนส์อย่างไร

มีใครเคยเห็นป้ายกางเกงยีนส์ ที่มีตัวเลขแล้วตามด้วย oz. (ออนซ์) ไหม? หรือใครเคยโดนถามไหมว่า “กางเกงยีนส์ตัวนี้ กี่ออนซ์” หลายคนอาจจะสงสัยว่า จริง ๆ แล้ว ออนซ์คืออะไรกันแน่? ต้องขอบอกบอกคร่าว ๆ ไว้ก่อนว่า ออนซ์ คือหน่วยวัดน้ำหนัก หรือความหนาแน่นของกางเกงยีนส์ เริ่มอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะ ว่าต้องวัดยังไง ดูยังไง? งั้นเราไปทำความรู้จักกับออนซ์ให้มากกว่านี้กันเลยดีกว่า

 

 

ออนซ์ (oz) คือ ผ้าเดนิม (Denim) ขนาด 1 ตารางหลา (ระยะเกือบ 1 ตารางเมตร) ที่นำมาชั่งน้ำหนัก และค่าของน้ำหนักผ้าที่กำหนดตัวเลขได้ว่ามีกี่ออนซ์นั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผ้าเดนิม ขนาดของเส้นด้าย หากเส้นด้ายมีขนาดใหญ่รวมถึงวิธีการทอที่มีความหนาแน่นมาก บวกกับน้ำหนักของผ้าที่มีขนาด 1 ตารางหลา ก็หมายความว่าผ้าผืนนั้นมีน้ำหนักมาก จึงมีตัวเลขออนซ์มากนั่นเอง ซึ่งจำนวนออนซ์ของกางเกงยีนส์ สามารถแบ่งได้ 3 ระดับ คือ Light Weight Denim, Medium Weight Denim และ Heavy Weight Denim

 

 

Light Weight Denim ต่ำกว่า 12 ออนซ์

กางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 12 ออนซ์ จะเบาสบาย ใส่ง่าย ใส่แล้วไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไหร่ เหมาะกับอากาศร้อน ๆ อย่างเมืองไทย และคนที่ชอบใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ เราก็ขอแนะนำให้คุณเลือกกางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 12 ออนซ์จะดีที่สุด เนื้อผ้าของกางเกงยีนส์ประเภท Light Weight Denim จะนิ่มสบายตั้งแต่สวมใส่ในครั้งแรก และผ้าของกางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 12 ออนซ์ จะผสมกับผ้าโพลีเอสเตอร์ เพื่อให้ผ้ามีความแข็งแรง ทนทาน มากขึ้น แต่อายุการใช้งานของกางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 12 ออนซ์ จะมีอายุการใช้งานน้อยที่สุด ใน 3 ระดับนี้

 

 

Medium Weight Denim ระหว่าง 12 ออนซ์ – 16 ออนซ์

สำหรับกางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักออนซ์อยู่ระหว่าง 12 ออนซ์ – 16 ออนซ์ จะเป็นยีนส์ที่มีน้ำหนักปานกลาง ยังสวมใส่สบายอยู่ สามารถใส่ไปเที่ยว ใส่ไปทำงาน หรือใส่ไปงานที่เป็นทางการได้ตามปกติ ไม่รู้สึกอึดอัด โดยส่วนมากผู้ผลิตจะนิยมผลิตกางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักอยู่ 14 ออนซ์ ซึ่งจะมีความแข็งแรงของผ้า และอายุการใช้งานที่มากกว่ากางเกงที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 12 ออนซ์

 

 

Heavy Weight Denim มากกว่า 16 ออนซ์

ต้องขอบอกก่อนเลยว่ากางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 16 ออนซ์ ขึ้นไป จะมีความแข็งแรง ทนทานมาก ๆ เนื้อผ้าจะแข็งมาก อาจจะสวมใส่ค่อนข้างลำบาก การเคลื่อนไหวต่าง ๆ จะไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่นัก  ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ จะเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการปั้นเฟดมากกว่า เพราะกางเกงยีนส์ที่มีความหนามากกว่า 16 ออนซ์ จะได้เฟดที่สวยงาม และลวดลายที่คมชัด ใครที่เป็นสายปั้นเฟด ไม่ควรพลาดกับการปั้นเฟดสวย ๆ บนกางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักมากกว่า 16 ออนซ์!