เลือกหน้า
รู้จัก 4 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้ชาย’ พร้อมเทคนิกเลือกอย่างไรให้ดูดีมีสไตล์

รู้จัก 4 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้ชาย’ พร้อมเทคนิกเลือกอย่างไรให้ดูดีมีสไตล์

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ‘กางเกงยีนส์’ ก็ยังคงเป็นไอเทมที่ครองใจผู้คนมาโดยตลอด โดยเฉพาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่นับเป็นไอเทมติดตู้เสื้อผ้าที่ขาดไม่ได้เลย ด้วยเสน่ห์ของเดนิมที่ไม่ว่าจะแมตช์กับเสื้อผ้าสไตล์ใหม่ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว แต่ถ้าจะให้ได้ลุคดูเท่แบบเต็มแม็คก็ต้องเลือกทรงกางเกงยีนส์ให้เหมาะกับตัวเอง วันนี้เราเลยชวนทุกคนมารู้จักกับ 4 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้ชาย’ พร้อมเทคนิกเลือกอย่างไรให้ดูดีมีสไตล์ มาฝากทุกคนกัน

Straight Jeans – กางเกงยีนส์ทรงกระบอกขาตรง

เริ่มกันที่กางเกงยีนส์ทรงสุดคลาสสิคที่เป็นต้นฉบับแบบออริจินัลของกางเกงยีนส์ กับทรงขากระบอกตรง (Straight Jeans) ที่ถึงแม้ว่าปัจจุบันอาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับทรงอื่น ๆ แต่ก็ยังสามารถหยิบมาสวมใส่และแมตช์ได้ง่ายเสมอ เพราะไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหน ก็สามารถใส่ออกมาได้ดูดีด้วยทรงที่ไม่ฟิตหรือแนบไปกับช่วงขามากเกินไป มีความหลวมนิด ๆ ทำให้สวมใส่สบาย แมตช์กับเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืดขนาดพอดีตัว กับรองเท้าผ้าใบเท่ ๆ สักคู่ แค่นี้ก็ได้ลุคดูดีแบบง่าย ๆ ใส่ได้ทุกวัน

Skinny Jeans – กางเกงยีนส์ทรงขาเดฟ

มาต่อกันที่ทรงยอดนิยมที่ครองใจวัยรุ่นมาตลอดอย่าง กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่ากางเกงยีนส์ขาเดฟ ที่มีเอกลักษณ์ของทรงแนบชิดไปทุกสัดส่วนของเรียวขา โดยจากช่วงต้นขาไปจนถึงข้อเท้าจะมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ฟิตพอดี และถึงแม้จะเป็นทรงที่ดูเหมือนสวมใส่ได้ยาก แต่กลับเป็นทรงที่ช่วยเพิ่มความเท่ให้กับลุคสามารถหยิบมาสวมใส่ได้หลายโอกาส แมตช์กับเสื้อขนาดพอดีตัวกับรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหนัง โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ หุ่นผอมหรือสมส่วนที่มีความมั่นใจในเรียวขาและต้องการเพิ่มความสูงให้กับรูปร่าง กางเกงยีนส์ทรงนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

Slim Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสลิม

อีกหนึ่งทรงที่จะมีความคล้ายกับทรงสกินนี่ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ส่วนเข่าลงไปจะฟิตพอดีกับเรียวขา ในขณะที่ช่วงบนเหนือเข่าจะไม่ได้ฟิตมาก ทำให้กางเกงยีนส์ทรงนี้ใส่ได้พอดีตัว แต่ยังคงให้ความสวมใส่สบายไม่อึดอัดเท่ากับทรงสกินนี่นั่นเอง เป็นทรงที่เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีรูปร่างสมส่วน แถมยังช่วยเสริมให้ลุคของคุณดูสูงขึ้นได้เช่นกัน จับคู่กับเสื้อเชิ้ตเท่ ๆ กับรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าบูท แค่นี้ก็ดูดีได้ง่าย ๆ แล้ว

Tapeline Jeans – กางเกงยีนส์ทรงเทปไลน์ หรือเทเปอร์

ปิดท้ายกันด้วยอีกหนึ่งทรงที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน กับทรงที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิค สวมใส่สบาย โดยเฉพาะช่วงต้นขาที่ไม่ฟิตเท่ากับทรงสกินนี่และทรงสลิม แต่จะช่วยเพิ่มความเพรียวให้กับต้นขาด้วยช่วงขากางเกงส่วนล่างที่จะค่อย ๆ สอบลง และมีความฟิตพอดีเล็ก ๆ เหมาะกับผู้ชายเกือบทุกรูปร่าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายไซส์มินิ หรือมีรูปร่างใหญ่ก็สามารถเลือกหยิบมาสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ

สามารถไปช้อปได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc JEANS และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

รู้จัก 6 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้หญิง’ พร้อมเทคนิคเลือกใส่อย่างไรให้ดูดี

รู้จัก 6 ทรง ‘กางเกงยีนส์ผู้หญิง’ พร้อมเทคนิคเลือกใส่อย่างไรให้ดูดี


‘กางเกงยีนส์’ แฟชั่นสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ยังคงเป็นที่นิยมมาโดยตลอด ถือเป็นไอเทมยอดฮิตที่ทั้งผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถหยิบมาใส่แมตช์คู่กับไอเทมอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ของเหล่าสาว ๆ ที่ปัจจุบันมีทรงให้เลือกใส่หลากหลายแบบ แต่ต้องเลือกเป็นทรงแบบไหน ถึงจะเหมาะกับรูปร่าง วันนี้แม็คยีนส์จะชวนทุกคนไปรู้จักกับ 6 ทรงกางเกงยีนส์ผู้หญิง พร้อมเทคนิคการเลือกใส่ที่รับรองว่าได้ลุคออกมาดูดีอย่างแน่นอน!

Straight Jeans – กางเกงยีนส์ทรงขาตรง

มากันที่กางเกงยีนส์ทรงแรกที่เป็นทรงแบบเรียบง่ายที่สุดอย่าง Straight Jeans หรือกางเกงยีนส์ขากระบอกทรงตรง ซึ่งเป็นทรงเบสิคที่สวมใส่ง่าย ใส่สบาย ไม่รัดรูป สามารถนำมาแมตช์ได้ง่ายกับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ อีกทั้งยังเป็นทรงที่ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหนก็สามารถเลือกหยิบมาใส่ได้ไม่ยาก แถมยังให้ลุคดูทะมัดทะแมง คลาสสิคในแบบออริจินัลของยีนส์ จะใส่คู่กับเสื้อยืด เบลเซอร์ หรือจะสเวตเตอร์ ก็ดูเท่ได้ไม่มีเบื่อ

Skinny Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่

ต่อกันที่อีกทรงยอดฮิตของเหล่าสาว ๆ กับ Skinny Jeans กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ หรือกางเกงยีนส์ขาเดฟ ที่เป็นทรงกางเกงแบบเข้ารูปสำหรับคนที่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ด้วยจุดเด่นของทรงนี้อยู่ที่ตัวกางเกงจะฟิตพอดีตัวตั้งแต่ช่วงต้นขาจรดถึงปลาย ช่วยเพิ่มความเรียวให้กับท่อนขา และยังทำให้ดูสูงขึ้นอีกด้วย ครีเอทลุคเพิ่มความเปรี้ยวได้ง่าย ๆ ด้วยเสื้อเข้ารูป เบลเซอร์ และรองเท้าส้นสูงสักคู่ แค่นี้ก็ดูโดดเด่นดึงดูดทุกสายตาแล้ว!

Slim Jeans – กางเกงยีนส์ทรงสลิม

หลายคนอาจสงสัยว่าระหว่างกางเกงยีนส์ทรงสลิม และทรงสกินนี่แตกต่างกันอย่างไร ถ้าดูเผิน ๆ ทั้งสองทรงนี้แทบจะไม่มีความแตกต่าง ยกเว้นช่วงบนเหนือเข่าที่ทรงสลิมจะไม่ได้ฟิตเท่ากับทรงสกินนี่ ทำให้สวมใส่สบายกว่าโดยเฉพาะเวลานั่ง แต่ก็ยังคงให้ความพอดีตัวเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความเพรียวให้กับเรียวขา แต่ยังอยากได้ลุคสบาย ๆ ไม่ดูเป็นทางการมากจนเกินไป แมตช์ง่ายได้หลายลุคทั้งเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต จับคู่กับรองเท้าผ้าใบหรือสลิปออน

Flared Jeansกางเกงยีนส์ทรงขาบาน

อีกหนึ่งทรงยอดฮิตของสาว ๆ ยุคนี้กับ Flared Jeans หรือกางเกงยีนส์ทรงขาบาน (ขาม้า) ที่จะมีลักษณะเข้ารูปช่วงบนคล้ายกับทรงขากระบอก แต่จะมีกลิ่นอายวินเทจด้วยปลายขาที่มีความบานกว่าปกติ ช่วยพรางเรียวขาให้ดูสมส่วน สามารถใส่ได้ทุกรูปร่าง แมตช์เข้ากับเสื้อยืด กับแจ็คเก็ตยีนส์สักตัวรับรองว่าได้ลุคดูเท่ ชิค ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

Boyfriend Jeansกางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์

สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการความแมนประหนึ่งยืมกางเกงแฟนมาใส่ก็ต้องเป็น Boyfriend Jeans หรือ กางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ กับทรงหลวม ๆ ไม่เข้ารูป ช่วงปลายแคบ สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพรางหุ่นของตัวเองให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีรูปร่างใหญ่ กางเกงทรงนี้จะช่วยให้สะโพกดูเพรียวมากยิ่งขึ้น แมตช์ได้หลายลุคจะเป็นเสื้อยืดแขนยาวแนวสตรีทคูล ๆ หรือจะจัดคู่กับเสื้อกล้ามเข้ารูปเพิ่มความเปรี้ยวก็ดูดีไม่แพ้กัน!

Boot Cut Jeans – กางเกงยีนส์ทรงบูทคัท

ปิดท้ายด้วยกางเกงยีนส์ทรงบูทคัท ที่จะค่อนข้างคล้ายกันกับทรงขาบาน แต่จะมีช่วงเข่าที่ไม่แคบมาก รวมถึงปลายขากางเกงที่ไม่กว้างเท่าเช่นกัน เป็นดีไซน์กลิ่นอายคลาสสิคที่ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ร่วมกับรองเท้าบูท แต่ถึงจะไม่มีรองเท้าบูทก็สามารถเลือกเป็นสลิปออน หรือรองเท้าผ้าใบสีเข้ม ก็สามารถแมตช์ลุคเท่ได้ไม่แพ้กัน

ถูกใจกางเกงยีนส์ทรงไหน สามารถไปช้อปได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ค Mc Jeans และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

เปิดคลัง 25 คำศัพท์น่ารู้ที่ ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ไม่ควรพลาด

เปิดคลัง 25 คำศัพท์น่ารู้ที่ ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ไม่ควรพลาด


เคยไหมเวลาจะไปซื้อ ‘กางเกงยีนส์’ สักหนึ่งตัว หรือจะหาข้อมูลเกี่ยวกับยีนส์อ่านกลับเจอแต่คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมด โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะบางคำที่ฟังแล้วดูเหมือนไม่เกี่ยวกับการเลือกซื้อยีนส์เลยสักนิด วันนี้แม็คยีนส์จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้ทุกคนเข้าใจภาษาของยีนส์กันให้มากขึ้นกับ 25 คำศัพท์ที่รับรองว่ารู้ครบทุกคำแล้ว พร้อมอัพสกิลเป็น ‘สายยีนส์ตัวจริง’ ได้เลย!

#เนื้อผ้าของยีนส์

Selvedge = ริมขอบของผ้ายีนส์ ที่เป็นขอบกันลุ่ย มาจากคำว่า ‘Self-edge’ ซึ่งเป็นชื่อเรียกผ้าชนิดพิเศษ ที่ใช้เครื่องทอแบบ Shuttle Loom (เครื่องทอหน้าแคบ) ทำให้การผลิตแต่ละครั้งได้ผ้าจำนวนน้อย เป็นยีนส์ที่มีคุณภาพสูง และมีความพรีเมี่ยม

Unwashed = ยีนส์ผ้าดิบ ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการฟอกใด ๆ มีเนื้อผ้าแข็ง เมื่อใส่ไปนาน ๆ สีอินดิโก้ตะค่อย ๆ หลุดไปตามกาลเวลา มักนิยมนำมาปั้นเฟด

Slubby = ยีนส์ที่มีเนื้อสัมผัสหยาบมาก ๆ เกิดจากการทอแบบกี่กระตุก โดยใช้เส้นด้ายที่ปั่นด้วยขนาดไม่เท่ากันทั้งเส้น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผ้าชนิดนี้

Comfort Stretch = ยีนส์ที่มีส่วนผสมของเส้นใยผ้ายืดประมาณ 1- 35% สำหรับกางเกงยีนส์ทรงแคบ (Skinny) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น สวมใส่สบาย

#กระบวนการผลิตและเทคนิคการทอ

Twill = การทอผ้าแบบสลับ หรือข้ามเส้นขวางสองเส้น เพื่อป้องกันรอยย่น เป็นวิธีการทอที่นิยมที่สุดของผ้ายีนส์

Chain Stitches = การเย็บแบบลูกโซ่ ซึ่งการเย็บแบบนี้เมื่อเฟดยีนส์ไปนาน ๆ จะส่งผลให้เกิดการบิดตัวของปลายขาเหมือนรอยเชือก (Roping Effect) เป็นเอกลักษณ์ของยีนส์สไตล์วินเทจ

Warp & Weft = เทคนิคการทอผ้าที่ใช้เส้นยืนและเส้นพุ่งทอขัดกันในแนวตั้งฉาก

Sanforization = กระบวนการที่ทำให้ผ้าหดตัว โดยไม่ต้องแช่ก่อนใส่ โดยผ้าที่ผ่านกระบวนการนี้จะเรียกว่า Sanforized แต่ถ้าเป็นยีนส์ที่ผ่านกระบวนการทำให้ผ้าหดตัวแล้ว และหดลงประมาณ 5-10% เรียกว่า Unsanforized

Stonewash = การนำหินพัมมิช ซึ่งเป็นหินที่มีลักษณะหยาบและขรุขระไปปั่นร่วมกับผ้ายีนส์ในเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ ให้ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์

Crosshatch = รูปแบบของการทอ ที่ด้ายจะไขว้ตัดกันบนผิวผ้า

Enzyme Wash = เป็นกระบวนฟอกยีนส์ให้นุ่มลง โดยการย่อยสลายโมเลกุลเซลลูโลสธรรมชาติที่พบในสีย้อมคราม

Garment Dry = การย้อมสีของยีนส์ ซึ่งมีทั้งการย้อมก่อนและหลังทอ

#รายละเอียดน่ารู้

Rivet = หมุดโลหะที่เป็นเอกลักษณ์ของยีนส์ มักตอกอยู่ที่บริเวณกระเป๋าหลังและเป้าของกางเกง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับน้ำหนักในจุดรวมตะเข็บ เพิ่มความทนต่อการใช้งาน

Watch Pocket = ช่องกระเป๋าที่ออกแบบมาเพื่อใส่นาฬิกาโซ่โบราณโดยเฉพาะ เพราะในอดีตผู้ชายมักนิยมพกพานาฬิกา

Honeycomb หรือ Comb = ลวดลายเฟดที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหลังหัวเข่าของกางเกง มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง

Whiskering = ลายทางริ้วบนกางเกงยีนส์

#คอยีนส์ต้องรู้

Atari = ไม่ใช่ศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่มาจากคำพูดติดปากของคนญี่ปุ่น ที่มีความหมายว่า ‘ตรงจุด’ หรือ ‘ได้ชัยชนะ’ มักใช้เรียกกับกางเกงยีนส์ที่มีเฟดสวยงามถูกใจคนเรียกนั่นเอง

Indigo = สีย้อมสีน้ำเงินที่สกัดจากพืชตระกูลเดียวกับคราม มักนำมาใช้ย้อมสีของกางเกงยีนส์

Oz (Ounce) = ออนซ์ หรือหน่วยน้ำหนักของผ้ายีนส์ ซึ่งน้ำหนักของยีนส์ที่แตกต่างกัน จะส่งผลให้เนื้อผ้า และความแข็งแรงทนทานต่างกันออกไปด้วย

รู้คำศัพท์เกี่ยวกับยีนส์กันแล้ว อย่ารอช้ารีบไปช้อปกันได้ที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

4 STEPS แมตช์เสื้อผ้าปรับลุค เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกรูปร่างได้ง่าย ๆ

4 STEPS แมตช์เสื้อผ้าปรับลุค เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกรูปร่างได้ง่าย ๆ

เชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนอาจมีความรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง และอาจกังวลกับการแมตช์ลุคเสื้อผ้าออกไปข้างนอก แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าคุณจะรูปร่างแบบไหนก็สามารถดูดีในแบบของตัวเองได้ ด้วยเทคนิค 4 ขั้นตอน ที่จะช่วยปรับลุคให้กับทุกรูปร่างเพิ่มความมั่นใจได้ง่าย ๆ ในแบบฉบับของแม็คยีนส์

STEP 1 – เลือกเสื้อให้เหมาะกับรูปร่าง

สเต็ปแรกที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลุคของคุณในแต่ละวัน ก็คือการเลือกเสื้อให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนที่มีขนาดตัวค่อนข้างเล็ก หรือมีลักษณะผอมสูง ก็อาจเลือกเป็นเสื้อที่มีขนาดใหญ่เกินตัวขึ้นมาสักนิดอย่างเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ และสวมเสื้อฮู้ดหรือแจ็คเก็ตทับ ช่วยเพิ่มมิติให้กับรูปร่าง ไม่ดูบางจนเกินไป หรือสำหรับผู้หญิงอาจจะเลือกเป็นเชิ้ตแขนพองก็ช่วยให้รูปร่างไซส์มินิดูสมส่วนขึ้นมาได้เหมือนกัน

และสำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่ก็อาจเลือกเป็นเสื้อที่ขนาดใหญ่พอดีตัว ไม่ฟิตจนเกินไป หรือสวมแจ็คเก็ตทับแบบไม่ต้องติดกระดุมก็ช่วยพรางหุ่นให้ดูสมส่วน แถมยังได้ลุคเท่ โดดเด่นไม่เหมือนใครอีกด้วย

STEP 2 – เลือกกางเกงทรงที่ใช่ ช่วยพรางหุ่นให้ดูดี

มากันที่เสต็ปต่อมากับอีกหนึ่งไอเทมสำคัญที่เป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างหุ่นของคุณให้สมส่วนดูดีอย่างกางเกง ที่หากว่าคุณเป็นคนตัวเล็ก หรือมีรูปร่างค่อนข้างผอม อาจจะเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรงขากระบอก (STRAIGHT) หรือกางเกงยีนส์ขากว้าง (WIDE LEG) ในขณะที่คนที่มีรูปร่างใหญ่อาจจะเลือกเป็นกางเกงยีนส์ทรงขากระบอกรุ่น Mc Plus ให้ลุคสมส่วนแบบเต็มไซส์

STEP 3 – รองเท้าช่วยปรับสัดส่วนให้พอดียิ่งขึ้น

อีกหนึ่งสเต็ปที่จะช่วยปรับส่วนสูงของคุณให้มีความพอเหมาะ กับการเลือกรองเท้าที่พอดีกับรูปร่างของคุณและสามารถแมตช์ลุคเข้ากับเสื้อและกางเกงได้อย่างพอดี โดยอาจเลือกเป็นรองเท้าผ้าใบที่สามารถใส่เข้าได้กับทุกส่วนสูง หรือเลือกแบบเสริมส้นสำหรับคนไซส์เล็ก ที่สำคัญอย่าลืมเลือกสีให้แมตช์กับเสื้อผ้าของคุณด้วยล่ะ จะได้ลุคออกมาสูงเท่ ดูดีในสไตล์ที่เป็นคุณ

STEP 4 – ไอเทมเสริมครีเอทลุคให้ดูไม่ซ้ำใคร

ปิดท้ายด้วยไอเทมเสริมลุคที่จะช่วยให้การแมตช์ลุคปรับรูปร่างของคุณดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นอย่างหมวก หรือเสื้อแจ็คเก็ต ที่ช่วยเพิ่มลุคสตรีทดูเท่ หรือจะเป็นกระเป๋าทรงต่าง ๆ ที่นอกจากจะเป็นไอเทมสารพัดฟังก์ชั่นคู่ใจแล้ว หากเลือกขนาดให้พอเหมาะ ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปก็สามารถช่วยให้ลุคของคุณดูกลมกลืนสมส่วนได้เหมือนกัน

ใครยังไม่มีไอเทมไว้แมตช์ลุคของตัวเอง สามารถไปช้อปกันได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans

เผยเคล็ดลับ 5 วิธีดูแลกางเกงยีนส์ตัวเก่งให้ดูใหม่อยู่เสมอ

เผยเคล็ดลับ 5 วิธีดูแลกางเกงยีนส์ตัวเก่งให้ดูใหม่อยู่เสมอ

กางเกงยีนส์’ ถือได้ว่าเป็นไอเทมฮิตที่ครองใจผู้คนมาอย่างยาวนาน เพราะนอกจากจะเป็นไอเทมที่แมตช์เข้ากับไอเทมอื่นได้หลายลุคหลายสไตล์แล้ว ยีนส์ยังถือเป็นไอเทมที่สามารถเลือกหยิบมาใส่เพิ่มความเท่ได้ทุกวันไม่มีเบื่อ แต่ยิ่งใส่บ่อยก็ยิ่งต้องดูแลให้ถูกวิธี วันนี้เราเลยขอมาแนะนำ 5 วิธีดูแลกางเกงยีนส์ ที่จะทำให้ยีนส์ของคุณสีไม่ซีด ทรงสวย และดูใหม่อยู่เสมอ  

#หัวใจสำคัญอยู่ที่การ(ไม่)ซัก

เริ่มแรกกับวิธีการดูแลหลังจากซื้อ ซึ่งหากเป็นยีนส์ผ้าดิบโดยทั่วไปควรจะใส่ให้ครบ 1 ปี ก่อนนำไปซักเพราะอาจทำให้สีของยีนส์ซีดเร็ว และเสียทรงได้ง่าย อีกทั้งการสวมใส่หลาย ๆ ครั้งก่อนซักครั้งแรกยังเป็นการปั้นเฟดยีนส์ โดยรอยเฟดจะเริ่มเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการสวมใส่เป็นประจำ ซึ่งสีอินดิโก้ของยีนส์จะค่อย ๆ หลุดไปตามการใช้งาน แต่ถ้าเกิดมีรอยเลอะ อาจใช้ผ้าชุบน้ำหรือแปรงถูเบา ๆ บริเวณที่เลอะ หรือจะใช้สเปรย์ทำความสะอาดช่วยลดกลิ่นได้เหมือนกัน

#ถ้าจะซักก็ต้องทำให้ถูกวิธี

แต่ถ้าเป็นยีนส์ประเภทอื่นที่จำเป็นต้องซักหรือสำหรับใครที่ทนความสกปรกไม่ไหว ในการซื้อครั้งแรกอาจแช่ยีนส์ตัวใหม่ในน้ำเกลือ โดยผสมเกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำเปล่า 2 ลิตร แช่ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนล้างน้ำออกเพื่อกำจัดสารเคมีจากการผลิต และสิ่งสกปรกที่อาจติดมากับกางเกง โดยวิธีนี้นอกจากจะช่วยถนอมเนื้อผ้าและทรงของกางเกงแล้ว ยังช่วยล็อกความสดใสของสีอินดิโก้ให้คงทนอีกด้วย
สำหรับการซักยีนส์ควรแยกออกจากผ้าประเภทอื่น ๆ และซักด้วยมือเท่านั้น เพราะการนำเข้าเครื่องซักผ้าอาจทำให้ยีนส์หดจนเสียทรง และควรกลับด้านในของยีนส์ออกมาด้านนอกก่อนซักทุกครั้ง โดยซักในน้ำเย็นหรืออุณหภูมิปกติเท่านั้นเพราะน้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะทำให้สีของกางเกงยีนส์ซีดเร็วกว่าปกติ

#อย่าตากแดดจัดจนเกินไป

หลังจากซักทำความสะอาดเสร็จแล้ว เพื่อไม่ให้สีของยีนส์ซีดเร็วแนะนำให้ตากแดดในช่วงที่ไม่ร้อนจัดมากประมาณบ่าย 2 ถึง 4 โมงเย็น หรือถ้าจำเป็นต้องตากในช่วงที่แดดจัด ควรตากไว้ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และควรกลับด้านของกางเกงยีนส์ตากแบบเอาขาชี้ฟ้า ให้เอวกางเกงอยู่ด้านล่าง เพราะจะช่วยป้องกันการหดของกางเกงยีนส์และยังทำให้ให้ครามไม่ไหลออกจากกางเกงง่ายเกินไปอีกด้วย

#แช่แข็งแทนการซัก

ถ้าคิดว่าการซักยีนส์ดูยุ่งยากเกินไป หรือไม่มีเวลาดูแล อาจเลือกใช้วิธีแช่แข็งแทนการซักก็ได้ โดยนำกางเกงยีนส์ใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้สนิทแล้วนำไปใส่ในช่องแช่แข็งก่อนเข้านอน ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วนำมาใส่ในวันต่อมา ซึ่งการนำไปใส่ในช่องแช่แข็งแบบนี้ความเย็นจะช่วยหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้สามารถนำไปใส่ได้หลายครั้งโดยไม่จำเป็นต้องซัก แต่ต้องระวังอย่าให้กางเกงยีนส์ไปรบกวนอาหารอื่น ๆ ในช่องแช่แข็งของเราด้วยล่ะ

#จัดเก็บดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

หลายคนอาจจะมองข้ามขั้นตอนนี้ไป เพราะนอกจากจะต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธีแล้ว การจัดเก็บให้ดีก็เป็นตัวช่วยเล็ก ๆ ที่จะทำให้กางเกงยีนส์ของคุณดูใหม่ และดูดีอยู่เสมอด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงแยกเก็บจากเสื้อผ้าชนิดอื่น โดยการแขวนหรือพับเก็บ ซึ่งการพับไม่ควรแบ่งหลายท่อนมากเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดรอย โดยแนะนำให้พับตามทางยาวของกางเกงและพับอีกครั้งนึง จากนั้นนำมาวางเรียงกันในแนวตั้งเหมือนเก็บหนังสือ ไม่ควรซ้อนกันโดนตรงเพราะอาจเกิดเป็นรอยพับชัดเวลาหยิบออกมาสวมใส่

ใครยังไม่กางเกงยีนส์ทรงเท่ ๆ รีบไปช้อปกันได้แล้วที่หน้าร้านแม็คยีนส์ หรือช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ mcshop.com หรือสั่งซื้อผ่านแชทโต้ตอบกับพนักงานผ่านแอพพลิเคชั่น Line : >> @mcjeans_official (คลิกลิงค์ : https://lin.ee/tlDrBeM) หรือสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊คแม็คยีนส์ (McJeans) และ Inbox มาที่ >> https://m.me/mcjeans